ข้อควรรู้

วิธีเก็บอาหารเสริมให้ถูกต้อง ป้องกันเสื่อมคุณภาพก่อนวันหมดอายุ

โดยทั่วไปแล้วผลิตภัณฑ์อาหารเสริมส่วนใหญ่มีอายุการเก็บรักษาประมาณ 2–3 ปี หากเก็บในภาชนะที่ปิดสนิทและหลีกเลี่ยงแสงแดด ความชื้น หรือความร้อนสูงเกินไป อย่างไรก็ตาม หากเก็บไม่ถูกวิธีหรือเก็บในที่ที่ไม่เหมาะสม อาหารเสริมอาจเสื่อมคุณภาพได้ก่อนถึงวันหมดอายุจริง ส่งผลให้ประสิทธิภาพลดลง และอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยไม่รู้ตัว

สังเกตยังไงว่าอาหารเสริมเริ่มเสื่อมคุณภาพ?

ผลิตภัณฑ์ที่เสื่อมคุณภาพมักมีลักษณะภายนอกเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด เช่น

  • สีของผลิตภัณฑ์ซีดหรือเปลี่ยน
  • มีกลิ่นเหม็นหืน หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์
  • ผงจับตัวเป็นก้อน แคปซูลรั่วซึมหรือแตก
  • มีของเหลวหรือคราบไหลเยิ้มออกมา

หากพบอาการเหล่านี้ แนะนำให้หยุดใช้ทันที และไม่ควรเสี่ยงรับประทานต่อ

วิธีเก็บอาหารเสริมแต่ละประเภทให้ปลอดภัยและคงคุณภาพ

คำแนะนำการเก็บอาหารเสริมตามรูปแบบต่าง ๆ

  1. แคปซูล (Capsule)
    ควรเก็บในที่แห้ง ไม่ร้อนจัด เพราะความร้อนอาจทำให้แคปซูลบิดเบี้ยว เสียรูป หรือละลายติดกันได้ หากแคปซูลสัมผัสความชื้น อาจเกิดการเสื่อมสภาพ

  2. ซอฟต์เจล (Soft Gel)
    เก็บในที่แห้งและเย็น ไม่ควรเก็บในตู้เย็น เพราะอุณหภูมิเย็นจัดอาจทำให้แคปซูลเปราะ แตก หรือเหนียวติดกัน

  3. ไลแคปส์ (Licaps)
    ลักษณะการเก็บเช่นเดียวกับซอฟต์เจลและแคปซูล คือแนะนำให้เก็บในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงแสงแดดและความชื้น

  4. เม็ดตอก (Tablet)
    เก็บในที่แห้งและเย็น บางชนิดสามารถเก็บในตู้เย็นได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการแช่แข็ง และไม่ควรโดนอากาศชื้น

  5. แบบพร้อมดื่ม (Slim Shot / Liquid Shot)
    ควรเก็บในที่แห้งและเย็น ไม่ควรโดนแดดโดยตรง ควรบริโภคให้หมดภายในวันเดียวหลังเปิดใช้

  6. แบบผงชงดื่ม (Powder)
    เก็บในที่แห้งและเย็น หากเปิดซองแล้วควรบริโภคให้หมดโดยเร็วหรือปิดผนึกอย่างแน่นหนา และไม่ควรเก็บในที่ที่ร้อนจัดหรือชื้น

คำแนะนำเพิ่มเติม: ไม่ควรนำอาหารเสริมแต่ละประเภทมารวมกันไว้ในภาชนะเดียว เพราะอาจทำให้สารที่ไวต่อความชื้นหรือออกซิเดชันเสื่อมคุณภาพ เช่น การนำอาหารเสริมผงมาเก็บรวมกับวิตามินแบบซอฟต์เจล อาจลดประสิทธิภาพโดยไม่รู้ตัว




การเก็บรักษาตามชนิดของสารสกัด


1. สารสกัดที่มีความไวต่อแสง
      สารสกัดบางชนิดมีความไวต่อแสงแดด เมื่อเจอกับแสง อาจจะทำให้สารสำคัญในสารสกัดนั้นสลายตัว หรือเสื่อมคุณภาพลง จึงควรเก็บในภาชนะปิดทึบ มิดชิด หรือมีการเคลือบสารบางอย่างเพื่อป้องกันแสงแดด ตัวอย่างของสารสกัดที่ไวต่อแสง เช่น วิตามินซี วิตามินเอ เป็นต้น

2. สารสกัดที่มีความไวต่อความชื้น
      ความชื้นเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้สารสกัดเสื่อมสภาพลง รวมถึงทำให้ผลิตภัณฑ์เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะภายนอกอย่างเห็นได้ชัด เช่น การจับตัวเป็นก้อน เป็นต้น ตัวอย่างของสารสกัดที่มีความไวต่อความชื้น เช่น กาบา โปรตีนจากถั่วเหลือง เป็นต้น

3. สารสกัดที่มีความไวต่ออากาศ
      เนื่องจากในอากาศมีก๊าซต่างๆอยู่มากมาย ซึ่งบางครั้งอาจทำให้เร่งการเสื่อมสภาพของสารสกัดนั้นๆได้ ตัวอย่างเช่น ก๊าซออกซิเจน ในอากาศจะส่งผลต่อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำมัน ทำให้เกิดการเหม็นหืนได้ เป็นต้น

4. สารสกัดที่มีความไวต่ออุณหภูมิ
      สารสกัดบางชนิดอาจเสียประสิทธิภาพเมื่อเจอกับอุณหภูมิที่สูงหรือต่ำเกินไป เช่น กลุ่ม Probiotic จะมีประสิทธิภาพการทำงานลดลงเมื่อเจอกับอุณหภูมิสูง เป็นต้น

เจาะลึกวิธีเก็บรักษาและสัญญาณเตือนอาหารเสริมเสื่อมสภาพ

  1. จะสังเกตได้อย่างไรว่าอาหารเสริมที่ซื้อมาเริ่ม "เสื่อมคุณภาพ" และไม่ควรทานต่อแล้ว?
    คุณสามารถสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพได้ชัดเจน ดังนี้ :
    • สีและกลิ่น: สีซีดลงหรือเปลี่ยนไป มีกลิ่นเหม็นหืนหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์
    • ลักษณะเม็ด: ผงจับตัวเป็นก้อน เม็ดร่วนซุย แตกหัก หรือมีของเหลวไหลเยิ้มออกมา
    • คำแนะนำ: หากพบอาการเหล่านี้ให้หยุดใช้ทันที เพราะประสิทธิภาพลดลงและอาจเป็นอันตรายได้

  2. อาหารเสริมรูปแบบ "ซอฟต์เจล" (Soft Gel) เก็บในตู้เย็นจะช่วยให้ทนขึ้นไหม?
    ไม่แนะนำ การเก็บในตู้เย็นที่มีอุณหภูมิเย็นจัดอาจทำให้ซอฟต์เจลหรือไลแคปส์ (Licaps) เปราะ แตกง่าย หรือบางกรณีอาจทำให้เม็ดเหนียวติดกันได้ ควรเก็บในที่แห้งและเย็น (อุณหภูมิห้องปกติที่ไม่มีแดดส่อง) ก็เพียงพอแล้ว

  3. ทำไมสารสกัดกลุ่ม "โพรไบโอติก" (Probiotic) ถึงต้องระวังเรื่องความร้อนเป็นพิเศษ?
    เพราะโพรไบโอติกเป็นจุลินทรีย์ที่มีชีวิตซึ่งไวต่ออุณหภูมิมาก หากเก็บในที่ร้อนจัด ประสิทธิภาพการทำงานจะลดลงทันที เช่นเดียวกับวิตามินซีและวิตามินเอที่ ไวต่อแสง หากโดนแดดโดยตรงจะทำให้สารสำคัญสลายตัวได้

  4. มีข้อห้ามสำคัญอะไรบ้างในการจัดเก็บอาหารเสริมหลายๆ ชนิดพร้อมกัน?
    ไม่ควรนำอาหารเสริมต่างประเภทมาเก็บรวมในภาชนะเดียว เนื่องจากสารแต่ละชนิดมีความไวต่อความชื้นหรือออกซิเดชันต่างกัน เช่น หากนำวิตามินแบบผงไปเก็บรวมกับซอฟต์เจล ความชื้นอาจทำปฏิกิริยากันจนลดประสิทธิภาพของอาหารเสริมโดยไม่รู้ตัว

  5. สารสกัดจำพวก "น้ำมัน" (Oil-based) มีวิธีป้องกันกลิ่นเหม็นหืนอย่างไร?
    สารสกัดกลุ่มน้ำมันมัก ไวต่ออากาศ โดยเฉพาะก๊าซออกซิเจนที่จะเร่งให้เกิดการเหม็นหืน วิธีป้องกันคือต้องเก็บในภาชนะที่ปิดสนิทมิดชิดที่สุด เพื่อลดการสัมผัสกับอากาศให้น้อยที่สุด


      จะเห็นได้ว่าการเก็บรักษาเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่ทำให้เราสามารถคงประสิทธิภาพของอาหารเสริมจนหมดอายุการเก็บรักษาได้ ซึ่งทาง Innova Health เองก็เห็นถึงส่วนสำคัญในส่วนนี้ เราจึงใส่ใจดูแลทุกกระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสูตร ขั้นตอนการผลิต ไปจนถึงเรื่องบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทุกรูปแบบจะมีคุณภาพดีและปลอดภัยอยู่เสมอ 


Innova Health คือโรงงานผลิตวิตามินและอาหารเสริมแบบ OEM ที่ให้บริการแบบครบวงจร (One Stop Service) โดยใช้สารสกัดคุณภาพสูงจากทั่วทุกมุมโลก ภายใต้การผลิตที่ปลอดภัย ได้มาตรฐานระดับสากล

เรารับ ผลิตอาหารเสริมขั้นต่ำเพียง 300 ขวดต่อสูตร โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางคอยพัฒนาสูตรให้ตรงความต้องการของแบรนด์ ทั้งในรูปแบบผง แคปซูล เม็ด และซอฟต์เจล



innovahealth3   innovahealth4

innovahealth2  ติดต่อฝ่ายขาย : 091-815-4442 (ฝ่ายขาย)

innovahealth2  ติดต่อฝ่ายจัดซื้อ : 099-517-4590 (คุณนิว)

innovahealth2  ติดต่อสำนักงาน : 02-077-9548