วันเบาหวานโลก

โรคเบาหวานคืออะไร ?


      โรคเบาหวาน (Diabetes) คือโรคที่เกิดจากความผิดปกติของการทำงานของฮอร์โมนที่ชื่อว่า อินซูลิน (Insulin) ซึ่งโดยปกติแล้วร่างกายของคนเราจำเป็นต้องมีอินซูลิน เพื่อนำน้ำตาลในกระแสเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะสมองและกล้ามเนื้อ ในภาวะที่อินซูลินมีความผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นการลดลงของปริมาณอินซูลินในร่างกาย หรือการที่อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินลดลง จะทำให้ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลที่อยู่ในกระแสเลือดไปใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้มีปริมาณน้ำตาลคงเหลือในกระแสเลือดมากกว่าปกติ

      สาเหตุของโรคเบาหวานเกิดจากการที่ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงมากขึ้นถึงระดับหนึ่ง จนทำให้ไตดูดกลับน้ำตาลได้ไม่หมด ซึ่งปกติไตจะมีหน้าที่ดูดกลับน้ำตาลจากสารที่ถูกกรองจากหน่วยไตไปใช้ ส่งผลให้มีน้ำตาลรั่วออกมากับปัสสาวะ จึงเป็นที่มาของคำว่า “โรคเบาหวาน” หากเราปล่อยให้เกิดภาวะเช่นนี้ไปนาน ๆ โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงตามมาในที่สุด


โรคเบาหวานแบ่งเป็น 4 ชนิด


      1. เบาหวานชนิดที่ 1 – เกิดจากภูมิคุ้มกันร่างกายทำลายเซลล์สร้างอินซูลินในตับอ่อน ทำให้เกิดภาวะขาดอินซูลิน

      2. เบาหวานชนิดที่ 2 – เกิดจากภาวะการลดลงของการสร้างอินซูลิน ร่วมกับภาวะดื้ออินซูลิน และมักเป็นกรรมพันธุ์

      3. เบาหวานชนิดพิเศษ – สาเหตุของโรคเบาหวานชนิดนี้อาจเกิดจากความความผิดปกติของตับอ่อน หรือเป็นโรคที่เกี่ยวกับการทำงานที่ผิดปกติของอินซูลินโดยกำเนิด

      4. เบาหวานขณะตั้งครรภ์ – เบาหวานชนิดนี้เกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์และหายไปได้หลังคลอดบุตร แต่มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในอนาคต


จะทราบได้อย่างไรว่าเป็นเบาหวาน


      นอกจากภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานมีอาการที่รุนแรง และก่อให้เกิดภาวะทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตได้ แต่หากเราทราบสาเหตุของโรคเบาหวานและทำการตรวจวินิจฉัยโรคได้ตั้งแต่ระยะแรก และผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ก็สามารถลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวได้มาก

      บุคคลที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ได้แก่ ผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน โดยกำหนดที่ดัชนีมวลกาย ≥ 23 kg/m2 ผู้ที่มีภาวะอ้วนลงพุง รอบเอวใหญ่ โดยเฉพาะในผู้ชาย ≥ 90 เซนติเมตร และในผู้หญิง ≥ 80 เซนติเมตร ผู้ที่มีญาติสายตรงป่วยเป็นโรคเบาหวาน ผู้หญิงที่เคยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือเคยคลอดบุตรที่มีน้ำหนักแรกคลอด 4 กิโลกรัมขึ้นไป รวมถึงชาวเอเชียที่อาจไม่มีปัจจัยเสี่ยงข้างต้นแต่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน


อาการโรคเบาหวานเบื้องต้น


ก่อนที่ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการแสดงที่ชัดเจน อาการเหล่านี้ได้แก่


      • หิวน้ำบ่อยมากขึ้น

      • ปัสสาวะบ่อยมากขึ้น โดยเฉพาะปัสสาวะเวลากลางคืน หลังจากหลับไปแล้ว

      • หิวบ่อย รับประทานมากขึ้น

      • น้ำหนักตัวลดลง โดยไม่ทราบสาเหตุ

      • เหงื่อง่าย อ่อนเพลีย

      • สายตาพร่ามัว มองเห็นไม่ชัดเจน

      • มีแผล แล้วแผลหายช้า

      • เจ็บป่วยบ่อย ติดเชื้อบ่อยๆ

      • ชา เจ็บ หรือมีความรู้ผิดปกติ เช่นชา ที่ปลายมื้อหรือเท้า

      • มีผิวหนังเข้มมากขึ้น ที่คอ รักแร้ หรือหน้าท้องแตกลาย

สถานการณ์ โรค 'เบาหวาน' มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง !!


      ข้อมูลจาก IDF Diabetes Atlas ทั่วโลกในขณะนี้มีผู้ป่วยโรคเบาหวานมากถึง 537 ล้านคน มากกว่า 90% เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เกือบครึ่งหนึ่งยังไม่ได้รับการวินิจฉัย คาดว่าภายในปี 2573 จะเพิ่มขึ้นเป็น 643 ล้านคน และภายในปี 2588 จะเพิ่มมากถึง 783 ล้านคน ปัจจัยเสี่ยงโรคเบาหวานเกิดจากการมีประวัติครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน มีภาวะอ้วน น้ำหนักเกิน รอบเอวเกิน เป็นโรคความดันโลหิตสูง ชอบรับประทานอาหารรสหวาน มีการออกกำลังกายไม่เพียงพอ สูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ดังนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจึงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันโรคเบาหวาน

      นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์โรคเบาหวานในประเทศไทย ข้อมูลจากรายงานสถิติสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทยพบอุบัติการณ์โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2566 มีผู้ป่วยรายใหม่ เพิ่มขึ้น 3 แสนคนต่อปี ในปี พ.ศ. 2565 มีผู้ป่วยโรคเบาหวานสะสมจำนวน 3.3 ล้านคนเพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2564 มากถึง 1.5 แสนคน สำหรับการคัดกรองผู้ป่วยรายใหม่ในปี 2566 พบว่า การคัดกรองผู้ป่วยโรคเบาหวานในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ยังไม่ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานมากถึง 5 ล้านคนจากเป้าหมายทั่วประเทศ 22 ล้านคน ดังนั้นประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรตรวจคัดกรองโรคเบาหวานปีละ 1 ครั้ง ค่าระดับน้ำตาลในเลือดควรน้อยกว่า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรซึ่งหากตรวจพบตั้งแต่เริ่มแรกและรักษาได้เร็วจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงและอาจถึงแก่ชีวิตได้

วันสำคัญ 14 พฤศจิกายน วันเบาหวานโลก มีที่มาอย่างไร ?

      วันเบาหวานโลก (World Diabetes Day) ตรงกับวันที่ 14 พ.ย. ของทุกปี เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพ และเป็นการฉลองครบรอบวันเกิดของเซอร์ เฟรเดอริก แบนติง ผู้ร่วมกับ ชาร์ลส์ เบสต์ ซึ่งค้นพบ การรักษาโรคเบาหวาน ในปี พ.ศ. 2465 วันเบาหวานโลกได้เริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2534 โดยสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation) และองค์การอนามัยโลก (World Health Organization) มีสัญลักษณ์เป็นวงกลมสีฟ้าสื่อถึงการรวมกันเป็นหนึ่งเดียวของผู้ที่เผชิญภาวะเบาหวานทั่วโลก วงกลมหมายถึงสัญลักษณ์แห่งชีวิต สุขภาพ และการร่วมมือกัน ส่วนสีฟ้าเป็นสีที่สื่อถึงท้องฟ้าทั่วทั้งโลก เป็นหนึ่งเดียวกันของประชากรโลก

      ในแต่ละปีจะมีคำขวัญวันเบาหวานโลก หรือประเด็นที่รณรงค์กันในช่วงปีนั้นๆ และในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2564 - 2566 ทางสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ ได้มีการตกลงกันถึงประเด็นที่จะรณรงค์ คือเรื่อง ACCESS TO DIABETES CARE: การเข้าถึงการดูแลโรคเบาหวาน “ถ้าไม่ใช่ตอนนี้ แล้วจะต้องเมื่อไร” แบ่งออกเป็น 5 ประเด็นดังต่อไปนี้

      • การเข้าถึงวิธีช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือด

      • การเข้าถึงยารักษาโรคเบาหวาน

      • การเข้าถึงการติดตามผล การดูแลด้วยตนเอง

      • การเข้าถึงความรู้ การดูแลทางด้านจิตใจ

      • การเข้าถึงอาหารเพื่อสุขภาพและสถานที่ออกกำลังกายที่ปลอดภัย


โรคเบาหวานมีวิธีการรักษาอย่างไร


      การรักษาโรคเบาหวาน เป็นการรักษาที่ต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากแพทย์ พยาบาล โภชนากร และ ที่สำคัญที่สุดคือตัวผู้ป่วยเอง ผู้ป่วยต้องตระหนักถึงความสำคัญของการรักษา โดยต้องเข้าใจก่อนว่า โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ที่ใกล้เคียงปกติที่สุดได้ ผู้ป่วยเบาหวานสามารถใช้ชีวิตประจำวันและทำกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงทำงานประจำได้ตามปกติหากแต่ต้องควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติโดยการควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และใช้ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด รวมทั้งติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้วข้างต้นได้มาก


การควบคุมอาหาร


      การรักษาโรคเบาหวานด้วยวิธีการควบคุมอาหารมีความสำคัญมากในการลดระดับน้ำตาลในเลือด และถือเป็นการรักษาหลักที่ผู้ป่วยเบาหวานทุกรายควรเข้าใจและปฏิบัติอย่างถูกต้อง โดยอาหารที่ผู้ป่วยเบาหวานสามารถรับประทานได้อย่างไม่จำกัดจำนวนได้แก่ ผักใบเขียวทุกชนิด เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ขาว เป็นต้น อาหารบางชนิดที่สามารถรับประทานได้ในปริมาณจำกัด เช่น ผลไม้ แนะนำให้รับประทานผลไม้ชนิดหวานน้อย เช่นฝรั่ง ชมพู่ แก้วมังกร เป็นต้น


การออกกำลังกาย


      สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานการออกกำลังกายก็เป็นอีกหนึ่งวิธีการรักษาโรคเบาหวานที่สำคัญ เนื่องจากจะช่วยให้อินสุลินทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แนะนำว่าควรออกกำลังกายชนิดแอโรบิค เช่น วิ่งเหยาะๆ ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ให้ได้อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ และออกกำลังกายชนิดต้านน้ำหนัก เช่น การยกเวท เป็นเวลาอย่างน้อย 45 นาทีต่อวัน 2 วันต่อสัปดาห์ และไม่ควรนั่งอยู่เฉย ๆ หรือนอนเล่นพักผ่อนเกิน 90 นาที หากเกินควรลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบท


การใช้ยา


      การรักษาโรคเบาหวานโดยการใช้ยา แพทย์จะพิจารณาจากชนิดของโรคเบาหวาน เช่น เบาหวานชนิดที่ 1 ควรรักษาโดยการฉีดอินซูลินเท่านั้น ส่วนในเบาหวานชนิดที่ 2 แพทย์จะพิจารณาตามความรุนแรงของโรคและภาวะแทรกซ้อน โอกาสการเกิดน้ำตาลในเลือดต่ำ และเศรษฐานะของผู้ป่วยเพื่อประกอบการพิจารณาในการเลือกใช้ยา


รับประทานอาหารเสริม


      การเลือกรับประทานอาหารเสริมถือเป็นอีกวิธิหนึ่ง ที่สามารถตอบโจทย์ต่อผู้ที่ปัญหาสุขภาพด้านโรคเบาหวานหรือผู้ที่อยากควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ด้วยสารสกัดธรรมชาติ นวัตกรรมใหม่จากอเมริกาที่ไม่มีส่วนผสมของเคมีและไม่มีผลข้างเคียงต่อร่างกาย ช่วยให้ร่างกายสามารถควบคุมระดับกลูโคสในกระเลือดสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ ด้วยกระบวนการที่ทันสมัยโดยใช้เอนไซม์และไม่มีการใช้สารเคมี มีงานวิจัยในมนุษย์รองรับที่ควบคุมด้วยมาตรฐาน ได้รับ มาตรฐาน GRAS และ USFDA ว่ามีความปลอดภัยสูง โดยเข้าไปปรับสมดุลระดับนํ้าตาลในกระแสเลือดหลังมื้ออาหารโดยการยับยังการย่อยแป้ง ช่วยเพิ่มศักยภาพของฮอร์โมนอินซูลิน เพิ่มอัตราการดูดซึมของน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ร่างกาย


โรคเบาหวานสามารถป้องกันได้หรือไม่ ?


      ในปัจจุบันยังไม่สามารถป้องกันโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ได้ แต่โรคเบาหวานชนิดที่ 2 นั้นสามารถป้องกันได้แล้ว มีการศึกษาหลายการศึกษาแสดงให้เห็นว่า การนำผู้ที่มีภาวะเสี่ยงที่จะเกิดเบาหวานมาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด จนมีน้ำหนักตัวที่ลดลงอย่างน้อย 7-10% ของน้ำหนักตัวเดิม สามารถลดอัตราการเกิดโรคเบาหวานลงได้อย่างมีนัยสำคัญ


สรุป


      โรคเบาหวานเป็นปัญหาสุขภาพที่พบมากในปัจจุบัน ซึ่งในประเทศไทยมีแนวโน้มพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 3 แสนคนต่อปี นอกจากนี้โรคเบาหวานยังเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดโรคอันตรายอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ โรคเบาหวานขึ้นจอตา, โรคหลอดเลือดในสมอง, โรคหัวใจ, โรคความดันโลหิตสูง และโรคไตวายเรื้อรัง ซึ่งเป็นโรคในกลุ่ม NCDs จึงอยากให้ทุกคนตระหนักถึงอันตรายของภาวะน้ำตาลในเลือดสูงหรือโรคเบาหวาน โดยหากพบว่าเป็นแล้ว สามารถตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตัวเองเป็นประจำ เพื่อลดความรุนแรงอันสามารถเกิดได้จากโรคแทรกซ้อน

      ถึงแม้ว่าโรคเบาหวานจะเป็นโรคที่ไม่มีวัคซีนป้องกันได้ 100% แต่การปรับพฤติกรรมการบริโภคและดูแลตัวเอง ออกกำลังกายเป็นประจำ ลดการทานของหวาน ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรค และอย่าลืมหมั่นตรวจสุขภาพประจำปีไม่ขาด หากเรารู้ตัวไว


ขอขอบคุณข้อมูล : https://www.medparkhospital.com , https://bangkokpattayahospital.com , https://www.roche.co.th , กรมควบคุมโรค


อาหารต้องห้าม!! หากทานอยู่ จะเกิดโรค





รับผลิตอาหารเสริม SugarKill สูตรควบคุมระดับน้ำตาล

ดูแลตัวเองให้ห่างจากเบาหวาน

Blood Sugar Support Dietary Supplement

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารช่วยในการเผาผลาญน้ำตาล ลดไขมันและคอเลสเตอรอล

ผลิตเริ่มต้นขั้นต่ำ 300 ขวด


Active Ingredient


icon-insu


1. Insumate®

      สารสกัดจากมะระขี้นก เรียกได้ว่าเป็น ฮอร์โมนอินซูลินจากพืชก็ว่าได้ เพราะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด รวมถึงลดระดับน้ำตาลสะสมในเลือดได้อย่างเห็นผล การันตีด้วยงานวิจัยและรางวัลระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น The Award of INPEX®, ROC Patent Technology Gold Award, The Award of iENA Nuremberg และอีกมากมาย


icon-crominex



2. Crominex®

      แร่ธาตุโครเมียมผสมสารสกัดมะขามป้อมและชิลาจิต แร่ธาตุจากภูเขาหิมาลายัน ได้รับสิทธิบัตรเฉพาะในด้านการส่งเสริมสุขภาพหัวใจ และการลดระดับน้ำตาลในเลือด


icon-capros



3. Capros®

      สารสกัดจากมะขามป้อมอินเดีย อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีค่า ORAC ถึง 47,110 ทำให้มีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลากหลายด้าน คือ ช่วยลดน้ำตาลสะสมในเลือด ลดคอเลสเตอรอล ไขมันเลว (LDL) และไตรกลีเซอร์ไรด์ ในขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มระดับไขมันดี (HDL) และเพิ่มไนตริกออกไซด์ เรียกว่าได้เป็นสารสกัดสำคัญที่ช่วยป้องกันโรคกลุ่ม NCDs ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


icon-unifine



4. Unifine®

      สารสกัดจากถั่วเหลืองนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ที่ผ่านการมักด้วยเชื้อจุลินทรีย์ จนได้สารสำคัญที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรคเบาหวานและโรคอ้วน และยังช่วยควบคุมระดับไขมันเลือด ป้องกันการสะสมของไขมัน


โรงงาน Innova Health  รับผลิตอาหารเสริมเป็นประจำ OEM ถึงแบบครบวงจร One Stop Service สารสกัดนำเข้าจากมั่นใจได้รับมาตรฐานสากลพัฒนาสูตรโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอาหารเสริมรับผลิตขั้นต่ำเพียง 300 ขวดต่อสูตรเท่านั้น 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทันทีทาง LINE 

ระวังเพื่อน

หรือโทรสายด่วน 091-815-4442 (ฝ่ายขาย)



บทความที่น่าสนใจ


กินหวานมากไปทำให้แก่ก่อนวัย
ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสารสกัดมะระขี้นก-010
12สมุนไพรฆ่าน้ำตาลลดเบาหวานศัตรูตัวร้ายของคนไทย
สารให้ความหวานจากธรรมชาติหญ้าหวานหล่อฮ