Detox คืออะไร สำคัญอย่างไร ?
ระบบขับถ่าย มีความสำคัญอย่างไร ต่อร่างกาย?
ระบบขับถ่าย ถือเป็นอีกหนึ่งในระบบการทำงานของร่างกายที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ เพราะระบบการขับถ่ายจะช่วยควบคุมปริมาณมวลน้ำภายในร่างกาย และยังทำหน้าที่ขับของเสียออกจากร่างกาย ทั้งการขับเหงื่อ การปัสสาวะ และรวมไปถึงการอุจจาระ เพื่อไม่ให้ของเสียตกค้างอยู่ภายในระบบลำไส้ หากขับของเสียออกมาไม่หมด อาจทำให้สุขภาพภายนอกได้รับผลกระทบ อาทิ เป็นสิวเรื้อรัง ผิวหมองคล้ำดูไม่สดชื่น และปัญหาส่วนใหญ่ที่หลาย ๆ คนมักเจอปัญหา คือ การขับถ่ายลำบาก อาการท้องผูก ซึ่งถือเป็นปัญหายอดฮิตของระบบขับถ่าย
สัญญาณเตือน เมื่อเข้าใกล้ “อาการท้องผูก”
อาการท้องผูกหมายถึงการถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่จริงๆ แล้วอาการท้องผูกไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งหรือความสม่ำเสมอในการขับถ่าย ตราบใดที่คุณสามารถถ่ายได้อย่างสบายๆ ไร้กังวล ไม่ต้องเบ่ง อุจจาระนิ่มจับตัวเป็นก้อนดี แม้ 2-3 วันจะถ่ายสักครั้งก็ไม่ถือว่าผิดปกติแต่เมื่อใดก็ตามที่คุณรู้สึกว่าการขับถ่ายเป็นเรื่องยาก หลายครั้งต้องนั่งนานถึงครึ่งชั่วโมงเพื่อเบ่งถ่าย บางครั้งต้องใช้น้ำฉีด ใช้นิ้วล้วงช่วย ถ่ายไม่สุด เหมือนมีอะไรมาอุดกั้นอยู่ ถ่ายออกมาน้อย อุจจาระแข็งมีลักษณะเป็นเม็ด ผิวขรุขระหรือแห้งแตก รู้สึกอึดอัดแน่นท้อง ทั้งหมดนี้บ่งบอกว่าคุณมีอาการท้องผูกอย่างแน่นอน
ท้องผูกเกิดจากอะไร
อาการท้องผูกเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่
• การดูแลสุขภาพของตนเองไม่เพียงพอ เช่น รับประทานอาหารที่มีกากใยน้อยเกินไป ดื่มน้ำน้อย ไม่ออกกำลังกายหรือไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย ทำให้ลำไส้ไม่ได้ขยับจึงไม่มีอะไรเข้าไปกระตุ้นให้เกิดการขับถ่าย กลั้นอุจจาระบ่อย ซึ่งผู้ที่มีอาการท้องผูกมากถึง 50% มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมเหล่านี้
• การเบ่งถ่ายอุจจาระผิดวิธี แพทย์พบว่า 30% ของอาการท้องผูกเกิดจากการทํางานไม่ประสานกันของกล้ามเนื้อที่ควบคุมการเบ่งอุจจาระ นั่นคือมีการออกแรงเบ่งพร้อมกับขมิบหูรูดทวารหนักไปด้วย เมื่อแรงเบ่งมีไม่มากพอที่จะเอาชนะแรงต้านบริเวณหูรูด อุจจาระก็ไม่สามารถจะเคลื่อนออกมาได้
• การใช้ยาบางชนิดที่ทำให้ท้องผูก เช่น ยารักษาอาการซึมเศร้า ยารักษาโรคพวกพาร์กินสัน โรคอัลไซเมอร์ ยาลดความดันโลหิต ยาลดกรดที่มีส่วนผสมของแคลเซียม หรืออะลูมิเนียม ยาแก้ปวดที่มีส่วนผสมของมอร์ฟีน เป็นต้น
“ท้องผูก” เป็นแล้วหายได้ ต้องแก้ให้ถูกวิธี ก่อนสายเกินไป
หลายคนพบว่าตัวเองมีปัญหาในการขับถ่าย ท้องผูก ถ่ายไม่ออก ก็จะเริ่มตั้งคำถามว่าท้องผูกกินอะไรดี หรือท้องผูกทำไงดี แน่นอนว่าเราสามารถเริ่มต้นแก้ไขพฤติกรรมและดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากปัญหาท้องผูกได้ง่ายๆ ดังนี้
• รับประทานผัก ผลไม้ที่มีกากใย และไฟเบอร์สูง เช่น พืชตระกูลถั่ว ผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด อย่างที่เรารู้กันดีว่าการรับประทานผักหรือผลไม้ที่มีกากใยสูง จะช่วยอุ้มน้ำและรวมกลุ่มก้อนของเสีย ช่วยให้ร่างกายขับเคลื่อนของเสียหลังการดูดซึมสารอาหารออกมาได้ง่ายขึ้น และควรงด ลดการกินอาหารจำพวกเนื้อแดง นมและผลิตภัณฑ์จากนม และอาหารแปรรูป เพราะทำให้การอาการท้องผูกได้
• ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมนอกจากจะดีต่อร่างกายแล้ว ยังดีต่อการขับถ่ายอีกด้วย เพราะน้ำจะช่วยให้อุจจาระอ่อนนุ่ม และถ่ายได้ง่ายขึ้นนั่นเอง
• ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องเผาผลาญเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ใหญ่ภายหลังการออกกำลังกาย ทำให้ระบบการขับถ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย
• ฝึกหัดขับถ่ายเป็นเวลา การแก้ปัญหาท้องผูกข้อนี้ก็สำคัญไม่แพ้กัน การจัดตารางเวลาเข้าห้องน้ำให้เป็นเวลาจะช่วยให้ร่างกายมีการทำงานที่เป็นระบบมากขึ้น รวมไปถึงไม่นำอุปกรณ์ต่างๆ เข่นมือถือ หรือ หนังสือ หรือทำสิ่งอื่นใดขณะทำการขับถ่าย ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการขับถ่ายให้ดีขึ้นได้นั่นเอง
• ภาวะความเครียด มีผลทำให้ระบบขับถ่ายแปรปรวนได้ ดังนั้น เมื่อรู้สึกเครียดควรหากิจกรรมทำเพื่อคลายเครียด เช่น นั่งสมาธิ ฟังเพลง เดินเล่น ดูหนังที่ชอบ
• หากมีปัญหาท้องผูกเรื้อรังควรเข้ารับการตรวจเพื่อสืบค้นสาเหตุ เพื่อรักษาภาวะท้องผูกเรื้อรังตามเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการ
ดีท็อกซ์ (Detox) ย่อมาจาก Detoxification หมายถึง เป็นวิธีการนำเอาสารพิษออกจากร่างกายให้ไวที่สุด ช่วยให้ขับสารพิษที่ตกค้างอยู่ในร่างกาย เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายเสียสมดุล ดีท็อกซ์ไม่ใช่แค่การกำจัดพิษจากส่วนของลำไส้เท่านั้น แต่เป็นการนำเอาสารพิษต่างๆ ออกจากร่างกาย ลดการสะสมของเสียและสารพิษ ซึ่งเป็นตัวการทำลายสุขภาพ และความเจ็บป่วยต่างๆ โดยดีท็อกซ์มีทั้งหมด 3 วิธีดังนี้
1. ดีท็อกซ์ด้วยการสวนลำไส้
การสวนล้างลำไส้ เป็นการกำจัดสารพิษตกค้างภายในลำไส้ โดยทางการแพทย์เป็นที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย สามารถช่วยกำจัดสารพิษตกค้างภายในลำไส้ ช่วยลดอาการท้องผูกและช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น ข้อควรระวังต้องใช้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัย และได้รับมาตรฐาน และผู้ที่ทำการสวนล้างต้องมีความเชี่ยวชาญ มีความรู้ และเข้าใจถึงการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพราะการสวนล้างลำไส้มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้ง่าย หากเครื่องมือขาดประสิทธิภาพ
2. ดีท็อกซ์ด้วยการรับประทาน
การดีท็อกซ์ด้วยการรับประทานเป็นอีกวิธีนึงที่เป็นที่ยอดนิยมอย่างมาก ปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง เป็นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อุดมไปด้วยสารที่ช่วยดีท็อกซ์ร่างกาย อาทิ ผัก ผลไม้ที่มีไฟเบอร์ที่ช่วยในเรื่องขับถ่ายสูง และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารปนเปื้อน เช่น อาหารหมักดอง อาหารขัดขาว อาหารที่ผ่านการฟอกสี อาหารสำเร็จรูป และอีกวิธีนึงที่ผู้บริโภคในปัจจุบันต่างให้ความสนใจต่อการดูแลสุขภาพก็คือ การเพิ่มจุลินทรีย์ดีในลำไส้ เพื่อให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะ โพรไบโอติก หรือ พรีไบโอติก เป็นจุลินทรีย์ชนิดดี ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียชนิดไม่ดีในลำไส้ ป้องกันอาการท้องเสีย ช่วยให้มีการขับถ่ายง่ายขึ้นอีกด้วย
3. การอดอาหาร
การอดอาหาร เป็นวิธีการทำดีท็อกซ์ที่เลียนแบบพฤติกรรมการจำศีลของสัตว์เพื่อพักระบบย่อยอาหารและลดการสะสมแบคทีเรียในลำไส้ โดยระหว่างการอดอาหารจะดื่มได้เฉพาะน้ำเปล่าหรือน้ำผักและผลไม้เป็นเวลา 1-2 วันติดต่อกัน อย่างไรก็ตามวิธีนี้ควรทำเมื่อสุขภาพร่างกายแข็งแรงดีและมั่นใจว่าไม่มีโรคประจำตัวที่ต้องรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ
ประโยชน์ของการดีท็อกซ์
• การดีท็อกซ์ด้วยการสวนล้างลำไส้ มีประโยชน์ที่อาจเป็นไปได้ดังนี้
• ช่วยแก้ปัญหาท้องผูก อุจจาระไม่ออก
• ช่วยบรรเทาอาการลำไส้แปรปรวน (Irritable bowel syndrome) ท้องผูกสลับกับท้องเสีย
• อาจมีส่วนช่วยให้น้ำหนักลดลงชั่วคราว เพราะถ่ายของเสียออกมา
• อาจมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ เพราะของเสียที่ตกค้างเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งได้
• อาจมีส่วนช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น เนื่องจากลำไส้ดูดซึมได้ดีขึ้น รู้สึกมีพลังงานมากขึ้น
เคล็ดลับการทำดีท็อกซ์ ปรับระบบขับถ่ายด้วยตนเอง
เคล็ดลับง่ายๆ ในการทำดีท็อกซ์ในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยขจัดสิ่งตกค้างและสารพิษที่อาจนำไปสู่การเกิดมะเร็งลำไส้ได้ คือการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ใส่ใจต่อระบบขับถ่ายมากขึ้น ดังนี้
1. ดื่มน้ำให้มากขึ้น อย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวัน เพื่อช่วยให้ร่างกายสามารถขจัดของเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงช่วยให้ลำไส้ชุ่มชื้นและดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์ได้ดี
2. รับประทานผักและผลไม้ 5-9 ส่วนต่อวัน เนื่องจากผักและผลไม้ รวมถึงธัญพืชไม่ขัดสีอุดมไปด้วยใยอาหารสูง สามารถช่วยลดการสะสมของสารพิษตกค้างในลำไส้และช่วยให้ขับถ่ายได้สะดวกขึ้น
3. รับประทานอาหารหมักดองที่มีประโยชน์ เช่น โยเกิร์ต นมเปรี้ยว หรือกิมจิ เพื่อช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ดีในระบบย่อยอาหารและลดพิษจากแบคทีเรีย
4. รับประทานอาหารที่มีพรีไบโอติก (Prebiotic) เป็นประจำ พบมากใน มะเขือเทศ กล้วยหอมใหญ่ กระเทียม ข้าวโอ๊ต เป็นต้น รวมถึงอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของพรีไบโอติกในปริมาณที่เหมาะสม
สรุป
ระบบขับถ่ายเป็นสิ่งสำคัญต่อร่างกายอย่างมาก โดยการขับถ่ายอาจดูเป็นเรื่องไม่ซับซ้อน แต่จริงๆแล้ว หากเราดูแลสุขไม่ดีพอ อาจทำให้เกิดปัญหาท้องผูกเรื้อรัง และจะส่งผลร้ายแรงกับคุณภาพชีวิตอย่างมาก รวมไปถึงการรบกวนชีวิตประจำวันเนื่องจาก อาการปวดท้อง ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องผูกถ่ายไม่ออก การแก้ปัญหาท้องผูกจะต้องสังเกตอาการของตนเอง รวมไปถึงการดูแลสุขภาพ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การกิน การพักผ่อน สภาวะความเครียด หรือเลือกรับประทานอาหารเสริม ที่มีส่วนประกอบของไฟเบอร์ในการดีท็อกซ์ลำไส้ เพื่อลดปัญหากวนใจเหล่านี้ โดยการ Detox เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถทำให้ระบบการขับถ่ายกลับมาปกติได้มากขึ้น และระบบลำไส้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หากปฏิบัติหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วไม่ดีขึ้น ยังเป็นอาหารเหมือนเดิม ต้องได้รับคำแนะนำจากคุณหมอ เพื่อที่จะตรวจและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดนั้นเอง
ขอขอบคุณข้อมูล : Pobpad/ดีท็อก-ล้างพิษ-ลดน้ำหนัก , hdmall , synphaet/benefits-and-how-to-detox-your-body
รับผลิตอาหารเสริม สูตร Fiber Detox ล้างสารพิษ
เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางด้านขับถ่าย ล้างสารพิษในลำไส้
Fiber Detox Support Dietary Supplement
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสูตร Fiber Detox ล้างสารพิษ
ผลิตขั้นต่ำเริ่มต้น 10,000 ซองชงดื่ม


ส่วนประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์ Detox ที่เรารับผลิต
• โซเดียม คอปเปอร์ คลอโรฟิลล์ลิน (Sodium Copper Chlorophyllin) ช่วยกระตุ้นสร้างเม็ดเลือด ฟอกเลือดให้สะอาด ลดการอ่อนเพลีย ทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น ลดอาการท้องผูก ป้องกันริดสีดวงทวาร และลดกลิ่นปาก กลิ่นกายได้ดี
• สารสกัดอัลฟาฟ่า (Alfalfa Extract) “ราชาแห่งอาหารทั้งมวล (Superfood)” หรือบิดาของอาหารทุกชนิด ช่วยเสริมการทำงานของระบบประสาทและหัวใจ เพิ่มประสิทธิภาพของเม็ดเลือดแดง ทำให้ระบบการไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น
• สารสกัดชาเขียว (Green Tea Extract) ลดไขมันที่สะสมในหลอดเลือดของร่างกาย ป้องกันการเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตัน
• Fructo Oligosaccharide (FOS) มีคุณสมบัติชะลอการดูดซึมน้ำตาลจากอาหาร ช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด และโรคอ้วน ฟรุกโตโอลิโกแซคคาไรค์ ช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพในกระบวนการทำงานของร่างกาย
• อินนูลิน (Inulin) ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น ทำให้ลำไส้ให้แข็งแรง ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคลำไส้อักเสบ ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ช่วยเพิ่มปริมาณแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้และยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียก่อโรคท้องร่วง ลดความอยากอาหารทำให้ช่วยควบคุมน้ำหนัก
• ไซเลียมฮักส์ (Psyllium Husk) ช่วยทำให้อุจจาระลื่นและเป็นยาระบายชนิดเพิ่มกากอาหาร ใช้เป็นยาแก้ท้องเดิน แก้บิด แก้โรคเกี่ยวกับไต ระงับพิษ แก้การอักเสบของเยื่ออ่อนภายใน
• Polydextrose ช่วยยับยั้งการเพิ่มปริมาณของระดับน้ำตาลในเลือด จึงส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ปรับสมดุลการขับถ่ายให้ปกติ สร้างระบบนิเวศน์ที่ดีในระบบทางเดินอาหาร ช่วยทำให้อิ่มเร็วขึ้น ควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดให้เป็นปกติ
• สารสกัดส้มแขก (Garcinia) มีสรรพคุณใช้เป็นยาระบายอ่อน ๆ ช่วยแก้อาการท้องผูก มีฤทธิ์เป็นยาขับปัสสาวะ ช่วยลดความอยากอาหาร ความรู้สึกหิวอาหาร ช่วยสกัดกั้นการเปลี่ยนแปลงของคาร์โบไฮเดรต (อาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล) ไม่ให้เปลี่ยนเป็นไขมันสะสมตามร่างกายได้ แต่จะนำไปเป็นพลังงานให้ร่างกาย ทำให้ร่างกายไม่อ่อนเพลีย
• ผงผัก 5 สี มีเกลือแร่ วิตามิน และ แร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร ควบคุมความดันโลหิต ลดน้ำตาลในเลือด ลดอาการภูมิแพ้ บำรุงสายตา บำรุงสอง และช่วยเรื่องผิวพรรณ ให้ดูกระจ่างใส
โรงงาน Innova Health รับผลิตอาหารเสริมเป็นประจำ OEM ถึงแบบครบวงจร One Stop Service สารสกัดนำเข้าจากมั่นใจได้รับมาตรฐานสากลพัฒนาสูตรโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอาหารเสริมรับผลิตขั้นต่ำเพียง 300 ขวดต่อสูตรเท่านั้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทันทีทาง LINE
หรือโทรสายด่วน 091-815-4442 (ฝ่ายขาย)



