Probiotic เลือกทานตอนไหนดีที่สุด ?
โพรไบโอติกส์ (Probiotic) คืออะไร ?
โพรไบโอติกส์ เป็นจุลินทรีย์ขนาดเล็กชนิดดี มีส่วนช่วยในเรื่องของการทำงานระบบทางเดินอาหารและระบบอื่น ๆ ตามร่างกายเมื่อมีจุลินทรีย์อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม หรือเรียกกันว่า “จุลินทรีย์ที่มีชีวิต” มีคุณสมบัติทนต่อกรดและด่างในระบบทางเดินอาหาร ช่วยผลิตสารต่อต้านหรือกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคได้ จึงมีส่วนช่วยทำให้เกิดความสมดุลทั้งระบบของร่างกาย
โพรไบโอติกส์เลือกทานตอนไหนดีที่สุด ?
คำถามยอดฮิต!! การรับประทานอาหารเสริม โพรไบโอติกส์ ควรทาน ก่อนนอน หรือ หลังตื่นนอนดีต่อระบบลำไส้ที่สุด?
ตัวโพรไบโอติกส์ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบซอง รูปแบบเม็ด หรือรูปแบบแคปซูล แต่หากทานโพรไบโอติกส์พร้อมอาหาร หรือหลังอาหารอาจทำให้ โพรไบโอติกส์ถูกทำลายบางส่วน เพราะมาจากกรดในกระเพาะลำไส้ "แนะนำให้รับประทานช่วงท้องว่าง ห่างจากมื้ออาหาร 2 ชั่วโมง หรือสามารถรับประทานก่อนนอนได้" เพื่อให้โพรไบโอติกส์ดูดซึมในกระเพาะอาหารให้เร็วที่สุด
ประโยชน์จากโพรไบโอติกส์มีอะไรบ้าง?
• เสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันเพื่อลดการอักเสบ
• ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น
• สร้างวิตามินที่มีประโยชน์ที่จำเป็นต่อร่างกาย
• ป้องกันไม่ให้แบคทีเรียหรือเชื้อโรคที่ไม่ดีต่อร่างกายเติบโตมากจนเกินไป
• เสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเซลล์บุผนังที่ช่วยป้องกันไม่ให้แบคทีเรียที่ไม่ดีเข้าสู่กระแสเลือด
• แก้ไขปัญหาระบบทางเดินอาหาร ไม่ว่าจะเป็น โรคอุจจาระร่วง ท้องผูก ลำไส้แปรปรวน หรือโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง
• กระตุ้นระบบย่อยอาหารโดยการสร้างเอนไซม์หลายชนิด
• ช่วยดูแลสุขภาพช่องปาก ป้องกันฟันผุ
โพรไบโอติกส์ไม่เหมาะกับคนกลุ่มใดบ้าง ?
• ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
• ผู้ที่มีแผลเปิดในลำไส้
• ผู้ที่ทานยาต้านเชื้อแบคทีเรีย
• ทารกแรกเกิด
• ผู้ที่กินยากดภูมิ เช่น โรค SLE รูมาตอยด์ โรคผิวหนังบางชนิด หรือผู้ที่เปลี่ยนถ่ายอวัยวะ
โพรไบโอติกส์ไม่ควรทานคู่กับอะไร ?
1. เครื่องดื่มหรืออาหารที่มีอุณหภูมิสูง
เช่น เครื่องดื่มร้อน หรือเมนูน้ำ ๆ ที่ค่อนไปทางร้อน เพราะความร้อนอาจทำลายโพรไบโอติกได้ ดังนั้น จึงควรกินโพรไบโอติกกับน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำเย็น เพื่อคงประสิทธิภาพโพรไบโอติกไว้ให้ได้มากที่สุด
2. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
แอลกอฮอล์อาจทำลายโพรไบโอติกได้ จึงไม่ควรกินโพรไบโอติกร่วมกับเครื่องดื่มหรือยาที่มีแอลกอฮอล์
3. อาหารแปรรูป
เช่น ไส้กรอก แหนม กุนเชียง หมูยอ ที่อาจเป็นสาเหตุให้แบคทีเรียในลำไส้เสียสมดุล โดยไปลดจำนวนแบคทีเรียชนิดดี การรับประทานโพรไบโอติกไปพร้อมกับอาหารเหล่านี้ก็อาจได้ผลลดน้อยลงไปด้วย
4. ยาฆ่าเชื้อ
เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาฆ่าเชื้อรา หรือยาที่ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ เช่น โคลไตรมาโซล (Klotrimazol/Clotrimazole), คีโตโคนาโซล (Ketokonazol/Ketoconazole), กริซีโอฟูลวิน (Grisofunvin/Griseofulvin), นิสแตติน (nistatin/nystatin) เพราะยาเหล่านี้จะกำจัดทั้งแบคทีเรียชนิดไม่ดีและแบคทีเรียชนิดดี ดังนั้น การกินโพรไบโอติกพร้อมกับยาฆ่าเชื้อจึงอาจจะเรียกได้ว่าสูญเปล่า อย่างไรก็ดี หากจำเป็นต้องกินทั้งโพรไบโอติกและยาฆ่าเชื้อ แนะนำให้เว้นระยะห่างประมาณ 2-3 ชั่วโมง โดยอาจจะกินโพรไบโอติกก่อน หรือกินยาก่อนโพรไบโอติกก็ได้
ทำไมต้องรับประทานอาหารเสริมโพรไบโอติกส์ ในรูปแบบอาหารเสริม
เพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตหลายอย่างในทุก ๆ วันของคนเรา อาจส่งผลให้โพรไบโอติกในร่างกายลดลง โดยเฉพาะกิจกรรมที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นกินอาหารไม่มีประโยชน์ พักผ่อนไม่เพียงพอ ดื่มแอลกอฮอล์บ่อย ๆ ไม่ออกกำลังกาย ไม่นับรวมถึงภาวะทางอารมณ์ ที่อาจมีความเครียด หงุดหงิดง่าย จากปัญหาในที่ทำงาน รวมถึงระดับฮอร์โมนที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงอายุ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ร่างกายมีโพรไบโอติก ลดลงทั้งสิ้น ซึ่งจะทำให้จุลินทรีย์ชนิดไม่ดีกลับมามีปริมาณสูง จนทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ แถมบางคนยังไม่ชอบกินอาหารที่มีโพรไบโอติกและพรีไบโอติกอีกด้วย ทั้งนม โยเกิร์ต ผักและผลไม้ต่าง ๆ
ดังนั้น ปัจจุบันจึงมีโรงงานรับผลิต probiotic ในรูปแบบอาหารเสริมเกิดขึ้น เพื่อเข้ามาทดแทน ให้กลุ่มคนที่มีปริมาณโพรไบโอติกในร่างกายไม่เพียงพอ และไม่ชอบทานอาหารที่ให้โพรไบโอติกแบบออร์แกนิค สามารถรับประทานได้ เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ชนิดดีในร่างกาย นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เป็นตัวช่วยในการรักษาผู้ป่วยที่มีโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคระบบทางเดินอาหาร โรคเกี่ยวกับระบบประสาท ระบบภูมิคุ้มกันลดลง ให้มีอาการทุเลาลงหรือดีขึ้นได้ด้วย เพื่อลดการใช้ยาปฏิชีวนะ ที่อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย แถมอาจเห็นผลได้เร็วและหยุดการใช้งานได้ง่ายกว่า ‘โพรไบโอติกนั้นเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญของร่างกาย ที่ช่วยปรับสมดุลสุขภาพ และชะลอวัยได้เป็นอย่างดี นอกจากการดูแลตัวเองเรื่องโภชนาการแล้ว เพื่อให้การชะลอวัยเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควรหมั่นตรวจวินิจฉัยสุขภาพ ร่วมกับการวิเคราะห์การดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อสุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด
รู้จักสายพันธุ์ของโพรไบโอติกส์ แต่ละสายพันธุ์มีความสำคัญต่อสุขภาพอย่างไร?
สายพันธุ์โพรไบโอติกที่อินโนวาเฮลท์ใช้
นักวิจัยของ Innova Health ทำการพัฒนาสูตรและผลิตสินค้าในกลุ่มโพรไบโอติก ด้วยการผสมจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ หรือ โพรไบโอติกหลากหลายชนิด หลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งประกอบไปด้วย
• Bacillus coagulans มีส่วนช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีให้กับลำไส้ บรรเทาอาการของภาวะลำไส้รั่ว ต้านการแพ้ ช่วยในเรื่องของระบบภูมิคุ้มกัน บรรเทาอาการท้องผูก และช่วยลดภาวะท้องเสีย อีกทั้งยังช่วยเพิ่มการดูดซึมโปรตีน ลดอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ
• Bifidobacterium bifidum ช่วยทำให้การดูดซึมร่าตุได้ดียิ่งขึ้น ช่วยในเรื่องของระบบภูมิคุ้มกัน ล้างสารพิษ (Detoxification) ส่งผลให้ช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้ดีขึ้น
• Bifidobacterium breve ช่วยต่อต้านเชื้อและช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้ดีขึ้น
• Bifidobacterium infantis ช่วยลดอาการแพ้ กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้ดีขึ้น
• Bifidobacterium lactis บรรเทาอาการท้องผูก ช่วยปกป้องเยื่อเมือกในลำไส้จากอันตรายของกลูเตน และลดคอเลสเตอรอล
• Bifidobacterium longum บรรเทาการดื้อยาของเชื้อ ช่วยเพิ่มการผลิตวิตามิน B ในร่างกาย ล้างสารพิษ
• Lactobacillus acidophilus ช่วยในเรื่องของระบบภูมิคุ้มกัน ต้านการอักเสบและต่อต้านเชื้อ
• Lactobacillus paracasei ช่วยในเรื่องของระบบภูมิคุ้มกัน ลดอาการแพ้และช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้ดีขึ้น
• Lactobacillus reuteri ป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ ต่อต้านเชื้อ มีส่วนช่วยป้องกันฟันผุ
• Lactobacillus rhamnosus มีส่วนช่วยลดการแพ้แลคโตสในนม ช่วยทำให้จุลินทรียพวก Bifidobacteria เจริญเติบโตได้ดี ต้านอาการแพ้
สรุป
การรับประทานอาหารทุก ๆ วัน เราไม่มีทางรู้เลยว่าสิ่งที่เรารับประทานเข้าไป จะส่งผลเสียต่อร่างกาย ได้ในระยะสั้นหรือระยะยาว มีแบคทีเรีย หรือ เชื้อโรคอยู่ในอาหารที่เรารับประทานหรือไม่ สิ่งสำคัญคือการดูแลสุขภาพลำไส้ให้แข็งแรง ไม่แพ้ไปกว่าระบบส่วนต่างๆในร่างกายที่ต้องให้ความสำคัญในการดูแลใส่ใจ เช่นกัน โพรไบโอติกสามารถพบได้ในอาหารหลากหลายประเภท รวมถึงโยเกิร์ต ผักดอง กิมจิ และคอมบูชา ฯลฯ อาหารเสริมบางชนิดอาจมีพรีไบโอติกส์และโพรไบโอติกส์ รวมกันเรียกว่า ‘ซินไบโอติก’ (Synbiotic) ที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้ ปรับสมดุลระบบทางเดินอาหาร และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยให้ลำไส้กลับมาแข็งแรง
ขอขอบคุณข้อมูล : medparkhospital, synphaet, samitivejchinatown, bangkokhospital
Probiotics มีประโยชน์อย่างไร ❓
รับผลิตอาหารเสริม Probiotic สูตรลำไส้สะอาด ลำไส้แข็งแรง
เสริมสร้างระบบลำไส้ให้แข็งแรง ประกอบไปด้วยสายพันธุ์โพรไบโอติกส์มากกว่า 10 สายพันธุ์ ที่อินโนวาเฮลท์
Probiotic Support Dietary Supplement
ผลิตขั้นต่ำเริ่มต้น 300 ขวด
Active Ingredient

1. ProDURA®
Probiotics ที่ใช้นวัตกรรมเฉพาะจากประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้ ทนต่ออุณหภูมิและ pH จึงยังคงเป็นเชื้อจุลินทรีย์ที่มีชีวิตอยู่ได้ แม้จะผ่านกระบวนผลิตหรือผ่านกรดในกระเพาะก็ตาม สามารถเก็บที่อุณภูมิห้องได้นาน 3 ปี อัตราการรอดชีวิตสูงกว่าเชื้ออื่น ถึง 2 เท่า ช่วยในการย่อยและปรับสมดุลระบบลำไส้ ทำให้ลำไส้สะอาด ลดอาการและความถี่ในการเกิดท้องเสีย และยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง2. Probio-10
Probiotics หรือจุลินทรีย์ชนิดดีที่มีมากถึง 10 ชนิด โดยใช้เทคโนโลยีแบบ Freezed-Dried ในการเก็บรักษาเชื้อ ทำให้ทนทานต่อการนำไปใส่ในผลิตภัณฑ์ต่างๆมากขึ้น ช่วยในการย่อยและปรับสมดุลระบบทางเดินอาหาร ลดภาวะลำไส้แปรปรวน และยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย3. LLife-Oligo®
XOS ที่มีคุณสมบัติเป็น Prebiotics ที่ช่วยกระตุ้นการแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ และยังช่วยยับยั้งแบคทีเรียที่ไม่ดี ช่วยลดอาการท้องผูกและท้องเสียในผู้ป่วยลำไส้แปรปรวน4. BeautyOLIGO®
Prebiotics จากประเทศเกาหลี ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และปรับสมดุลลำไส้ ให้ขับถ่ายดีขึ้นโรงงาน Innova Health รับผลิตอาหารเสริมเป็นประจำ OEM ถึงแบบครบวงจร One Stop Service สารสกัดนำเข้าจากมั่นใจได้รับมาตรฐานสากลพัฒนาสูตรโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอาหารเสริมรับผลิตขั้นต่ำเพียง 300 ขวดต่อสูตรเท่านั้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทันทีทาง LINE
หรือโทรสายด่วน 091-815-4442 (ฝ่ายขาย)



z-z1153755419228.webp)