Happy Halloween 2024 Trick or Treat
มารู้จักกับประวัติฮาโลวีนกันสักเล็กน้อย
วันฮาโลวีน ตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งตรงกับคืนก่อนวันออลเซนต์ส (All Saints' Day) ในศาสนาคริสต์ เชื่อกันว่าเป็นวันที่วิญญาณของคนตายจะออกมาป่วนโลกมนุษย์ ชาวเคลต์โบราณจึงมีการจัดงานฉลองเพื่อต้อนรับวิญญาณเหล่านี้ และเพื่อขอพรให้วิญญาณเหล่านี้ไม่ทำร้ายพวกเขา ประเทศทางตะวันตก เด็กๆ จะแต่งกายเป็นภูตผีปีศาจพากันชักชวนเพื่อนฝูงออกไปงานฉลอง มีการประดับประดาไปด้วยแสงไฟ และที่สำคัญคือแกะสลักฟักทองเป็นโคมไฟ เรียกว่า แจ๊ก-โอ"-แลนเทิร์น (jack-o - lantern)
รู้หรือไม่ ทำไมฮาโลวีนต้องมีฟักทอง?
สำหรับที่มาของชื่อ “แจ็ค-โอ-แลนเทิร์น” นั้น พจนานุกรมภาษาอังกฤษออนไลน์เมอร์เรียม-เว็บสเตอร์ อธิบายว่า ชาวอังกฤษเริ่มใช้คำนี้ในช่วงคริสตศตวรรษที่ 17 โดยมีความหมายว่า ชายผู้มีตะเกียง หรือคนเฝ้ายามกะกลางคืน โดยในยุคนั้นชาวอังกฤษมักเรียกคนที่ไม่รู้จักว่า “แจ็ค” ชายปริศนาที่ถือตะเกียงจึงกลายเป็น “แจ็คผู้มีตะเกียง” (Jack with the lantern) หรือ “แจ็คแห่งตะเกียง (Jack of the lantern) แล้ว แจ็คแห่งตะเกียง มาเกี่ยวข้องกับวันฮาโลวีนได้อย่างไร? เรื่องนี้ ทางเมอร์เรียม-เว็บสเตอร์และสารานุกรมบริแทนนิกาอธิบายว่า คำว่า “แจ็ค-โอ-แลนเทิร์น” มีที่มาจากเรื่องเล่าเก่าแก่ของชาวไอริชเกี่ยวกับชายผู้หนึ่งชื่อ “สติงกี แจ็ค” (Stingy Jack) หรือ “แจ็คผู้ขี้เหนียว” ตามเรื่องเล่านี้ สติงกี แจ็ค หลอกเอาเงินจากปีศาจ พอเขาเสียชีวิตไป พระเจ้าไม่ให้เขาขึ้นสวรรค์ ส่วนปีศาจที่ถูกแจ็คหลอกยังโกรธเขาและไม่ยอมให้เขาลงนรกเช่นกัน แจ็คจึงถูกลงโทษให้กลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนบนโลกตลอดกาลชาวไอริชจึงหาวิธีป้องกันตัวเองจากการถูกวิญญาณของแจ็คหลอก ด้วยการแกะสลักหัวผักกาดเป็นหน้าผีน่ากลัวเพื่อไล่แจ็ค ทุกคืนฮาโลวีนวิญญาณของแจ็คจะ เร่ร่อนไปในความมืด พร้อมแสงไฟส่อง ที่ครอบด้วยหัวผักกาด เพื่อให้ไฟใช้ได้นาน ซึ่งผู้คนเรียกแจ็คและไฟส่องของเขาว่า แจ็ค โอ แลนเทริน (Jack o'Lantern) ต่อมาเมื่อเรื่องเล่าเหล่านี้เข้ามาในอเมริกา ก็มีการเปลี่ยนมาใช้ผลฟักทองแทนจนทุกวันนี้ เพราะการใช้ฟักทองในวันฮาโลวีน หาง่ายกว่าผักกาด ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง อีกทั้งฟักทองผลใหญ่ เหมาะที่จะนำมาแกะสลักมากกว่าผักกาด และมีสีสันสวยงาม
อ่านประวัติมาพอสังเขป แท้จริงแล้ว ฟักทองมีประโยชน์และสรรพคุณมากมาย และยังอุดมไปด้วยวิตามินแร่ธาตุอีกเพียบ ได้แก่
• วิตามินเอ
• วิตามินบี1
• วิตามินบี2
• วิตามินบี3
• วิตามินบี5
• วิตามินบี6
• วิตามินอี
• วิตามินซี
• วิตามินเค
• ฟอสฟอรัส
• แคลเซียม
• โพแทสเซียม
• โซเดียม
• แมงกานีส
• ธาตุเหล็ก
• ซิงค์
ฟักทองมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายอย่างไร ?
1. ฟักทองมีส่วนช่วยบำรุงตับและไตให้แข็งแรง
2. ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะ มีส่วนช่วยในการขับปัสสาวะ
3. ช่วยป้องกันการเกิดโรคนิ่ว ช่วยป้องกันไม่ให้ต่อมลูกหมากขยายใหญ่มากขึ้น
4. ช่วยปรับระดับฮอร์โมนเพศชายให้อยู่ในระดับปกติ
5. ฟักทอง มีส่วนช่วยบำรุงดวงตา และบำรุงสายตา ทำให้การมองเห็นในที่มืดดีขึ้น และป้องกันเยื่อบุตาแห้ง
6. มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง
7. บำรุงผิวพรรณให้เต่งตึง ชุ่มชื่น ชะลอรอยเหี่ยวย่น
8. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
9. ลดระดับน้ำตาลในเลือด ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรคเบาหวาน
10. ไขมันน้อย น้ำตาลน้อย กากใยอาหารสูง พลังงานต่ำ จึงเป็นอาหารที่เหมาะกับคนที่กำลังลดน้ำหนัก
สรุป
ฟักทองในปัจจุบันเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในเทศกาลวันฮาโลวีน ที่ผู้คนต่างนิยมใช้มาประกอบอาหาร ขนม รวมไปถึงการแกะสลักฟักทองในการตกแต่งตามสถานที่ต่างๆ ให้น่ากลัว โดยเฉพาะฟักทองที่นำมารับประทานกันในปัจจุบันมีประโยชน์และสรรพคุณมากมาย โดยสามารถทานได้ทั้งแบบสดๆ หรือในรูปแบบอาหารเสริมในรูปแบบชงดื่ม ทานง่ายรสชาติอร่อย พกพาได้ง่าย สามารถเพิ่มวิตามินแร่ธาตุเข้าไปเพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วน และสามารถตอบโจทย์กับการรับประทานอาหารไม่เพียงพอต่อวัน หรือได้สารอาหารไม่ครบถ้วน เพื่อให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วนได้
ขอขอบคุณข้อมูล : medthai, โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์, โรงพยาบาลสุขุมวิท
รับผลิตอาหารเสริม Plant Based Protein Pumpkin
บำรุงสุขภาพสายตา บำรุงผิวพรรณ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
Boost immunity Support Dietary Supplement
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโปรตีนพืชจากฟักทอง
ผลิตขั้นต่ำเริ่มต้น 1,000 กล่อง หรือ 10,000 ซองชงดื่ม
โรงงาน Innova Health รับผลิตอาหารเสริมเป็นประจำ OEM ถึงแบบครบวงจร One Stop Service สารสกัดนำเข้าจากมั่นใจได้รับมาตรฐานสากลพัฒนาสูตรโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอาหารเสริมรับผลิตขั้นต่ำเพียง 300 ขวดต่อสูตรเท่านั้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทันทีทาง LINE
หรือโทรสายด่วน 091-815-4442 (ฝ่ายขาย)



