น้ำมันปลากับน้ำมันตับปลาแตกต่างกันอย่า

ทำไมน้ำมันจากปลาถึงมีความสำคัญ?


      ปัจจุบัน วงการแพทย์ให้ความสำคัญและให้ความสนใจถึงความสัมพันธ์ของน้ำมันปลาที่เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งกำลังเป็นปัญหาสุขภาพของผู้คนส่วนใหญ่ ที่สำคัญสาเหตุการเกิดโรคล้วนมาจากการที่หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงหัวใจไหลเวียนไม่สะดวกเพราะผนังหลอดเลือดหนาและแข็งขึ้นจากการเกาะตัวของคอเลสเตอรอล การอุดตันของหลอดเลือดที่รวมตัวกันส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดมาเลี้ยง บางรายอาจส่งผลกระทบรุนแรงอาจเสียชีวิตได้

      ดังนั้นผู้ที่เผชิญกับโรคนี้ส่วนมาก จึงมักได้รับคำแนะนำจากแพทย์ให้รับประทานน้ำมันจากปลา เพราะมีส่วนช่วยลดระดับไขมันในเลือด คอเลสเตอรอล และยังช่วยลดการเกาะตัวของเกร็ดเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ช่วยลดปัญหาโรคหลอดเลือดหัวใจขาดเลือดได้เป็นอย่างดี

เรื่องปลา…ปลา ที่จำเป็นต้องรู้


      ปลา ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพและดีที่สุด สามารถรับประทานได้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะช่วงผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านการบดเคี้ยว หรือผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจขาดเลือด เพราะ ปลามีลักษณะนิ่มเคี้ยวง่าย ย่อยง่าย ไขมันต่ำ มีรสชาติหวานอร่อย และปัจจุบันมีการทานในรูปแบบอาหารเสริม ที่เป็น รูปซอฟต์เจล หาซื้อง่าย ราคาไม่แพง ทานง่าย สามารถพกพาสะดวก คุณสมบัติเทียบเท่ากับการรับประทานปลา ที่สำคัญ มีสารประกอบหลักคือ Omega-3 (โอเมก้า 3) ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว มีความจำเป็นต่อร่างกายอย่างมากเพราะช่วยในกระบวนการเผาผลาญให้เกิดเป็นพลังงาน และร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้างเองได้


      ปลา…แหล่งรวมแร่ธาตุไอโอดีนเมื่อรับประทานปลาทะเล ร่างกายจะได้รับแร่ธาตุไอโอดีนซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันโรคคอพอกชนิดที่เกิดจากการขาดธาตุไอโอดีน เด็กที่กำลังเจริญเติบโตหากขาดแร่ธาตุชนิดนี้ โอกาสที่จะเป็น “โรคเอ๋อ” ก็มีมากขึ้น และยังทำให้เจริญเติบโตช้า


      ปลา…แหล่งรวมแร่ธาตุแคลเซียมการรับประทานปลาตัวเล็ก ๆ ที่รับประทานได้ทั้งตัว เช่น ปลาข้าวสาร ปลาฉิ้งฉั้ง ปลากระป๋อง จะเพิ่มธาตุแคลเซียมที่ได้จากกระดูกปลา ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน และกระดูกหักง่าย


      ปลา….แหล่งรวมไขมันดีจากปลาเป็นไขมันประเภทไม่อิ่มตัว มีความจำเป็นต่อร่างกายเพราะช่วยในกระบวนการเผาผลาญให้เกิดเป็นพลังงาน และยังไม่ก่อให้เกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือด

น้ำมันปลา คืออะไร ? มีดีอย่างไร ?


      น้ำมันปลา หรือ Fish Oil มีกระบวนการสกัดเอาน้ำมันจากปลาน้ำจืดในแหล่งธรรมชาติ โดยสกัดจาก ส่วนจากเนื้อ , หนัง , หัว , หางปลาทะเล , ในเขตหนาวเย็น ได้แก่ ปลาแองโชวี่ ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล หรือ ปลาทูน่า น้ำมันปลาเหล่านี้ มีกรดไขมันที่ร่างกายคนเราไม่สามารถสร้างเองได้ โดยเป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว (Polyunsaturated Fatty Acid) หรือ PUFA 2 ชนิด โดยมีสารสำคัญที่อยู่ในปลาคือ กลุ่ม Omega-3 คือ Eicosapentaenoic acid (EPA) และ Docosahexaenoic acid (DHA)


ประโยชน์จากน้ำมันตับปลา มีอะไรบ้าง ?


      น้ำมันปลามีกรดไขมันไม่อิ่มตัวและมีสารสำคัญอย่าง Omega-3 อย่าง DHA และ EPA การรับประทานน้ำมันปลาเสริมจากอาหารมื้อหลัก จึงช่วยให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายๆด้าน ได้แก่


1. ช่วยลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ คอเลสเตอรอล

      สุขภาพทางด้านหลอดเลือดหัวใจ เป็นสาเหตุการเสียชีวิตในอันดับต้นๆ โดยผลการวิจัยพบว่า การรับประทานน้ำมันปลา หรือปลาเป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ ลดระดับไตรกลีเซอไรด์ มากถึง 15%-30% เพิ่มระดับไขมันคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) และลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL)

2. เสริมสร้างความหนาแน่นของมวลกระดูก

      Omega-3 ชนิด DHA ที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างสุขภาพกระดูกให้แข็งแรง มีงานวิจัยพบว่า กรดไขมันจากโอเมก้า-3 ในน้ำมันปลา ช่วยพรรเทาอาการโรคข้อกระดูกอักเสบได้อย่างมีนัยสำคัญ และ ลดอาการข้อเสื่อม ที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมรวมทั้งฟอสฟอรัสบริเวณลำไส้เข้าสู่ร่างกาย ทำให้การสร้างกระดูกเป็นไปอย่างปกติ

3. ช่วยเสริมความจำและเพิ่มพลังให้แก่สมอง

      กรดไขมันดีเอชเอในน้ำมันปลาถือเป็นสารอาหารบำรุงสมองชั้นดี ช่วยให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านความจำ ด้านการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท (Motor skill) รวมถึงระบบการมองเห็นของจอประสาทตา (Retina)

น้ำมันตับปลา คืออะไร ? มีดีอย่างไร ?


      น้ำมันตับปลา (Cod liver oil) มีกระบวนการสกัดมาจากตับปลาน้ำลึก ส่วนใหญ่มาจากปลาค็อด แต่มี EPA DHA น้อยกว่าน้ำมันปลา น้ำมันตับปลา มีวิตามินเอ วิตามินดี แต่หากทานในปริมาณที่สูงอาจทำให้คลื่นไส้อาเจียนได้ น้ำมันตับปลาทานได้ทุกเพศทุกวัย


      สำหรับสตรีมีครรภ์ ควรระวังการรับประทานน้ำมันตับปลา เพราะหากรับประทานน้ำมันตับปลาที่มีสารสำคัญอย่าง VitaminA มากเกินไป อาจส่งผลอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ ก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใด ๆ ควรปรึกษาแพทย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เป็นโรคหัวใจหรือแพ้อาหารทะเล เช่น ปลาและสัตว์เปลือกแข็ง


ประโยชน์จากน้ำมันตับปลา มีอะไรบ้าง ?


      น้ำมันตับปลา สกัดจากตับของปลาทะเล นิยมรับประทานเพื่อเสริมสร้างวิตามินเอ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมเยื่อบุผิวให้เป็นปกติ นอกจากนี้ยังมีวิตามินดี ที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมรวมทั้งฟอสฟอรัสบริเวณลำไส้เข้าสู่ร่างกาย ทำให้การสร้างกระดูกเป็นไปอย่างปกติ

      น้ำมันตับปลา มีความแตกต่างจากน้ำมันปลาตรงที่มีวิตามินเอและดีในระดับสูง มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบของร่างกาย บรรเทาอาการปวดจากข้ออักเสบ ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า และความดันโลหิต และ ระดับไตรกลีเซอไรด์ น้ำมันตับปลายังช่วยเพิ่มคอเลสเตอรอลที่ดี ป้องกันการสะสมของหินปูนบริเวณผนังหลอดเลือดแดง และเพิ่มภูมิคุ้มกันและมวลกระดูก

รับประทานน้ำมันปลา น้ำมันตับปลา อย่างไรจึงจะปลอดภัย ?


      หากต้องการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันปลาและน้ำมันตับปลาค็อด ควรเลือกรับประทานเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น เพราะอาจทำให้การบริโภคที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 มากจนเกินไป อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง การรับประทานน้ำมันตับปลาค็อดถือว่าไม่เป็นอันตราย แต่อาจทําให้เกิดผลข้างเคียง เพราะวิตามินAและวิตามินD ที่มีระดับสูงเกินกว่าร่างกายต้องการ เช่น แสบร้อนกลางหน้าอก ท้องอืด เลือดกําเดาไหล และเลือดแข็งตัวได้ช้า บุคคลส่วนใหญ่ที่ต้องรับประทานน้ำมันปลาและน้ำมันตับปลาต้องรับประทานปริมาณเท่าใด ดังนี้


      1. บุคคลทั่วไป ควรรับประทานปลาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง รวมทั้งอาหารที่มีกรด alpha – linolenic acid สูง เช่น น้ำมันถั่วเหลือง เมล็ดธัญญพืช เต้าหู้ อาหารเสริมน้ำมันปลา เป็นต้น

      2. ผู้ที่ป่วยโรคหัวใจ ควรรับประทานน้ำมันปลา ประมาณ 1,000 มิลลิกรัม/วัน

      3. ผู้ป่วยที่ต้องการลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ควรรับประทานวันละ 2 – 4 กรัม

      ** ก่อนตัดสินใจรับประทานอาหารเสริมน้ำมันปลาและน้ำมันตับปลา ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเพื่อให้แน่ใจ ทั้งสภาวะร่างกาย และความปลอดภัย พึงระวังการรับประทานน้ำมันปลาขนาดสูง อาจทำให้ระดับวิตามินอีในร่างกายลดลง


สรุป


      ปลาเป็นสิ่งคัญอย่างมากต่อการดำรงชีวิต เพราะมีส่วนช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายในส่วนต่างๆ ให้แข็งแรง เพราะร่างกายเราไม่สามารถผลิตได้เอง จึงจำเป็นที่จะต้องรับประทานเข้าไปเท่านั้น และในปัจจุบัน ผู้คนส่วนใหญ่่ หันมาเลือกรับประทานอาหารเสริมกันมากขึ้น เพราะอยากมีสุขภาพที่ดีขึ้น ห่างไกลจากโรคร้าย โดยการเลือกรับประทานน้ำมันปลา หรือ น้ำมันตับปลา ข้อควรระวัง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้แน่ชัดเพื่อความปลอดภัย และปริมาณที่ร่างกายต้องการได้รับต่อวัน ให้เพียงพอ ต่อการตัดสินใจเลือกรับประทานอาหารเสริมให้ตรงจุด เพราะแต่ละองค์ประกอบ มีสารสำคัญที่สามารถช่วยบำรุงสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น สุขภาพหัวใจ บำรุงกระดูก บำรุงสายตา เสริมสร้างความจำ เพิ่มประสิทธิภาพให้กับสมอง และเสริมสร้างการเรียนรู้ ล้วนมาจากน้ำมันปลาและน้ำมันตับปลา และการเลือกซื้อก็เข้าถึงง่าย และที่สำคัญควรรับประทานอาหารให้ครบ5หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


      อย่าลืมทานน้ำมันปลา น้ำมันตับปลากันด้วยนะครับ


ขอขอบคุณข้อมูล : https://pharmacy.mahidol.ac.th , คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล , https://www.medparkhospital.com

รับผลิตอาหารเสริม น้ำมันปลา (Fish Oli)

รับผลิตอาหารเสริม น้ำมันตับปลา (Cod Liver Oli)

เสริมสร้างการทำงานของระบบประสาทและสมอง เสริมสร้างกระดูก บำรุงสุขภาพหัวใจ หลอดเลือด

Support Dietary Supplement

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสกัดจากน้ำมันปลา&น้ำมันตับปลา

ผลิตขั้นต่ำเริ่มต้น 500 ขวด (รูปแบบซอฟต์เจล)


น้ำมันปลา กับ น้ำมันตับปลาแตกต่างกันยังไง ?





โรงงาน Innova Health  รับผลิตอาหารเสริมเป็นประจำ OEM ถึงแบบครบวงจร One Stop Service สารสกัดนำเข้าจากมั่นใจได้รับมาตรฐานสากลพัฒนาสูตรโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอาหารเสริมรับผลิตขั้นต่ำเพียง 300 ขวดต่อสูตรเท่านั้น 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทันทีทาง LINE 

ระวังเพื่อน

หรือโทรสายด่วน 091-815-4442 (ฝ่ายขาย)



บทความที่น่าสนใจ


ข้อควรรู้
01ไขมันดีไขมันเลวคืออะไร-1000
5กินแก้ขี้ลืมป้องกันสมองเสื่อม010
ส่องอาหารเสริมวัยทำงานมีอะไรบ้าง-02