ทำไมเด็กวัยเรียนต้องได้รับสารอาหารครบถ้วน?
ทำไมวิตามินและแร่ธาตุ ถึงมีความสำคัญกับเด็กวัยเรียน ?
วิตามินและแร่ธาตุมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดีของเด็ก โดยเฉพาะเด็กวัยเรียน ที่มีพัฒนาการทั้งร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น พัฒนาการความสูง สมอง ความจำ มวลกล้ามเนื้อ กระดูก เสริมภูมิคุ้มกัน สุขภาพลำไส้ และอื่นๆ โดยปกติแล้วเด็กที่รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน หรือ ทานอาหารครบ 5 หมู่ จะไม่จำเป็นต้องได้รับวิตามินหรือแร่ธาตุเสริม แต่อย่างไรก็ตาม ในเด็กบางคนอาจมีความเสี่ยงต่อการขาดสารอาหาร หรือ วิตามิน แร่ธาตุ และจำเป็นต้องได้รับอาหารเสริม เพราะการขาดวิตามินแร่ธาตุ อาจส่งผลให้เป็นหวัดง่าย ป่วยง่าย และ เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายได้ไวกว่าผู้ที่ได้รับสารอาหารครบถ้วน หรือภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ในการเสริมสร้างวิตามินแร่ธาตุที่ขาดไปนั่นเอง
ความสำคัญของแหล่งอาหาร วิตามินแร่ธาตุ กับเด็กวัยเรียน
1. เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตของร่างกายและพัฒนาการของระบบต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงสร้างพลังงานสำหรับการใช้ประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละวัน
2. เพื่อให้ได้รับอาหารที่เหมาะสมกับความต้องการของช่วงวัย
แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเด็กวัยเรียนเจริญเติบโตสมวัย?
โดยทั่วไปแล้ว เด็กวัยเรียนจะมีน้ำหนักและส่วนสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี และยังมีสัดส่วนของร่างกาย (กล้ามเนื้อ ไขมัน กระดูก) ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเราสามารถใช้ค่าดัชนีมวลกายเด็กในการวัดความสมดุลระหว่างน้ำหนักและส่วนสูงเป็นตัวช่วยในการดูพัฒนาการทางร่างกายของลูกได้ โดยที่เด็กหญิงมักจะมีการเพิ่มขึ้นของไขมันมากกว่าเด็กชาย ส่วนเด็กชายมีการเพิ่มขึ้นของกล้ามเนื้อมากกว่าเด็กหญิง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะเป็นไปอย่างช้า ๆ โดยจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นอีกครั้งเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น
สำหรับเด็กวัยเรียนต้องการวิตามินและแร่ธาตุอะไรบ้าง?
โภชนาการเด็กวัยเรียนนอกจากสารอาหารที่ให้พลังงาน เด็กวัยเรียนจำเป็นต้องได้รับวิตามินและแร่ธาตุอย่างเพียงพอเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญสำหรับการเจริญเติบโต คือ ธาตุเหล็ก แคลเซียม และวิตามินดี การสำรวจภาวะโภชนาการในเด็กไทยพบว่า เด็กไทยจำนวนไม่น้อยยังกินอาหารที่ให้วิตามินและแร่ธาตุเหล่านี้ไม่เพียงพอ ดังนั้นผู้ปกครองจึงควรให้ความสำคัญกับอาหารและโภชนาการวัยเรียนที่มีสารอาหารเหล่านี้เป็นประจำ โดยแหล่งวิตามินแร่ธาตุ และ กลุ่มอาหารเสริมที่เสริมสร้างพัฒนาการเด็กวัยเรียนได้แก่
1. โพรไบโอติกส์ (Probiotics)
คือเชื้อจุลินทรีย์ที่มีชีวิตขนาดเล็ก จัดอยู่ในกลุ่มของจุลินทรีย์ชนิดดี จากการศึกษาพบว่า โพรไบโอติกส์ มีประโยชน์ต่อร่างกาย นอดจากจะช่วยในเรื่องของการเสริมการทำงานของระบบลำไส้ ปรับสมดุล ยังช่วยเสริมระดับภูมิคุ้มกันให้กับเด็กได้ดีด้วย ช่วยบรรเทาความผิดปกติต่าง ๆ ของร่างกายได้ อาทิ โรคระบบทางเดินอาหาร โรคภูมิแพ้ เป็นต้น
2. วิตามินซี (Vitamin C)
วิตามินซีเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับเด็กวัยเรียน และ ทุกเพศทุกวัย จะต้องมีการบริโภควิตามินซีอยู่ในทุกๆวัน และต้องได้รับวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสม เพราะวิตามินซีมีความสำคัญอย่างมากต่อร่างกาย เป็นวิตามินซีละลายในน้ำและเป็น Antioxidant ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้ดีในวัยเด็กเรียน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน หลอดเลือด และกล้ามเนื้อ และช่วยให้ระบบการทำงานต่างๆในร่างกายได้เป็นปกติ และร่างกายไม่สามารถสร้างหรือผลิตวิตามินซีได้เอง จะต้องรับประทานเข้าไปเท่านั้น
3. พัฒนาการในด้านความสูงในเด็กวัยเรียน
3.1 แคลเซียม (Calcium)
แคลเซียม เป็นแร่ธาตุที่พบมากที่สุดในร่างกาย ร้อยละ 99 ของแคลเซียมจะอยู่ในกระดูกและฟัน แคลเซียมมีหน้าที่หลักในการรักษาความแข็งแรงของกระดูกและเป็นตัวส่งสัญญาณไปยังเซลล์และเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย และยังมีส่วนช่วยเสริมด้านความสูงในเด็กวัยเรียนได้ดีอีกด้วย
3.2 แมกนีเซียม (Magnesium)
คือแร่ธาตุที่จำเป็นต่อโครงสร้างกระดูก แมกนีเซียมจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและบำรุงกระดูกได้ดี ช่วยส่งเสริมการทำงานระบบประสาทและกล้ามเนื้อ หัวใจ และแมกนีเซียมยังช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายอีกด้วย
3.3 วิตามินดี3 (Vitamin D3)
วิตามินดีช่วยเสริมการใช้แคลเซียมและฟอสฟอรัส ซึ่งมีความจำเป็นต่อความแข็งแรงของกระดูกและฟัน วิตามินดีจำเป็นในการทำงานของระบบประสาทและการเต้นของหัวใจ และช่วยเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย
4. กลุ่มของกรดอะมิโนที่มีส่วนเสริมสร้างโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone : GH)
4.1 L-Arginine (แอล-อาร์จินีน)
เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ เป็นสารอาหารที่ช่วยกระตุ้นการหลั่งโกรทฮอร์โมน และยังมีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ
4.2 L-Glutamine (แอล-กลูตามีน)
ช่วยควบคุมน้ำหนักตัว เนื่องจากสามารถช่วยระงับความหิวได้ เมื่อระดับน้ำตาในเลือดลดต่ำลง แอล-กลูตามีนจะช่วยยับยั้งการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน ป้องกันระดับน้ำตาลลดลงมากเกินไป ทำให้รู้สึกไม่หิว นอกจากนี้ แอล-กลูตามีน ยังช่วยให้ตับอ่อนทำงานได้ดีขึ้นด้วย
4.3 L-Lysine (แอล-ไลซีน)
ทำให้ผิวพรรณเต่งตึง บำรุงผม เล็บ กระดูก เนื่องจากแอล-ไลซีน เป็นสารตั้งต้นในการผลิตคอลลาเจน และยังมีส่วนในการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย
4.4 L-Tyrosine (แอล-ไทโรซีน)
เป็นกรดอะมิโนที่ช่วยกระตุ้นการหลั่งโกรทฮอร์โมน ช่วยบำบัดความเครียดและอารมณ์ซึมเศร้า ช่วยฟื้นฟูความทรงจำ ช่วยกระตุ้นความรู้สึกและแรงขับทางเพศ นอกจากนี้ยังช่วยยับยั้งความอยากอาหาร
4.5 L-Ornithine (แอล-ออร์นิทีน)
ช่วยกระตุ้นการหลั่งโกรทฮอร์โมน ซึ่งจะไปช่วยเผาผลาญไขมันเป็นพลังงาน นอกจากนี้ตับและระบบภูมิคุ้มกันจะต้องใช้แอล-ออร์นิทีนเพื่อจะได้ทำงานได้อย่างเป็นปกติ โดยสามารถลดพิษแอมโมเนียในตับ และแอล-ออร์นิทีนยังช่วยให้ผิวหนังและเนื้อเยื่อซ่อมแซมตัวเองดีขึ้น
4.6 L-Leucine (แอล-ลูซีน)
ช่วยกระตุ้นการหลั่งโกรทฮอร์โมน ช่วยกระตุ้นการย่อยสลายและสังเคราะห์โปรตีนในร่างกาย ทำให้ร่างกายดูดซึมโปรตีนเพื่อไปสร้างกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือด ช่วยเผาผลาญไขมันที่อยู่ลึกในชั้นไขมัน ซึ่งเป็นไขมันที่สลายตัวได้ยาก
4.7 L-Isoleucine (แอล-ไอโซลิวซีน)
เป็นกรดอะมิโนจำเป็น ร่างกายสังเคราะห์เองไม่ได้ เป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตและพัฒนาการเรียนรู้ ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบประสาท จำเป็นต่อการสังเคราะห์กรดอะมิโนไม่จำเป็นชนิดอื่นๆ นอกจากนี้แอล-ไอโซลิวซีนยังช่วยเพิ่มความอดทนของร่างกาย ช่วยรักษาและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ ช่วยกระตุ้นให้เลือดแข็งตัวขณะเกิดบาดแผล
4.8 L-Valine (แอล-วาลีน)
จัดเป็นกรดอะมิโนจำเป็นต่อร่างกาย มีความสำคัญในกระบวนการ Muscle Metabolism ซึ่งเป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงพลังงานในกล้ามเนื้อและยังช่วยปรับสมดุลไนโตรเจนในกระแสเลือด อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นสมรรถภาพการทำงานของสมองให้ดีขึ้น และยังเป็นตัวกระตุ้นการหลั่งโกรทฮอร์โมนอีกด้วย
4.9 Cysteine (ซีสเทอีน)
ช่วยต้านอนุมูลอิสระ (Anti-Oxidant) โดยส่งเสริมการสร้างกลูตาไธโอน ที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีความสำคัญตัวหนึ่งในร่างกาย และหากขาดกลูตาไธโอน วิตามินซีและวิตามินอี อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่ นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน (Immune Enhancer) โดยซีสเทอีน จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยกระตุ้นการทำงานของเอ็นไซม์หลายชนิดเพื่อให้ร่างกายต่อต้านสิ่งแปลกปลอม รวมถึงเชื้อแบคทีเรีย และไวรัส นอกจากนี้กลูตาไธโอน ยังช่วยสร้าง และซ่อมแซม DNA สร้างโปรตีนและ prostaglandin
5. กลุ่มพัฒนาการสมอง การเรียนรู้ และความจำ
5.1 ดีเอชเอ โอเมก้า 3 (DHA Omega-3)
เป็นสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย ทำให้อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ทั้งหัวใจ สมอง และ ดวงตา ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ ความจำ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโอเมก้า 3 มีความสำคัญ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิตได้เองและจำเป็นต้องได้รับจากแหล่งของสารอาหารภายนอก เช่น จากการรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 หรือ การทานอาหารเสริม
5.2 วิตามินรวม (Multivitamin)
คือ วิตามินเสริมที่ประกอบด้วยวิตามินหลากหลายชนิดอยู่ด้วยกัน ซึ่งพบได้ในอาหารที่รับประทานในแต่ละวัน หรือในรูปแบบอาหารเสริม โดยจะนำมาใช้ในกรณีที่อาจได้รับวิตามินจากอาหารไม่เพียงพอ เพื่อบำรุงภาวะการขาดวิตามินแร่ธาตุของร่างกายที่อาจเกิดจากอาการป่วยบางชนิด เช่น การขาดสารอาหาร เป็นต้น
5.3 พรมมิ (Brahmi)
ต้นพรมมิมีสรรพคุณช่วยบำรุงสมองให้แข็งแรง ลดความเสื่อมของสมอง เพิ่มความจำ เพิ่มสมาธิและเพิ่มการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี ในพรมมิมีสารสำคัญกลุ่มอัลคาลอยด์ อย่าง ซาโปนิน (Saponins) ไตรเทอร์ปีน (Trierpenes) สารบาโคไซด์ เอ (Bacosides A) สารบาโคไซด์ บี (Bacosides B) บาโคซัปโปไนน์ ดี (Bacosaponines D) โดยสารกลุ่มนี้จะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของสารสื่อประสาทให้ทำงานได้ดีขึ้น และช่วยในกระบวนการสร้างสารสื่อประสาทให้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์
5.4 แปะก๊วย (Ginkgo)
ใบแปะก๊วยนี้มีสารฟลาโวนอยด์และเทอร์พีนอยด์ ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดได้ดีและเสริมสร้างการทำงานของสมอง รวมถึงตา หู และขาให้ดีขึ้นได้อีกด้วย บรรเทาอาการสมาธิสั้น การสูญเสียความทรงจำ หรืออัลไซเมอร์ได้
5.5 กาบ้า (Gaba)
Gamma-Aminobutyric acid; GABA เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาท (Neurotransmitter) ออกฤทธิ์ยับยั้งหรือต้านทาน (Inhibitor) เพื่อรักษาความสมดุลของระบบสารสื่อประสาท ช่วยให้สมองผ่อนคลาย ลดความเครียด ลดอาการกระวนกระวายใจ สร้างสมดุลการพักผ่อน ช่วยให้นอนหลับสนิท
5.6 ใบบัวบก (Gotu Kola)
มีคุณสมบัติในการบำรุงประสาทและสมอง เพิ่มความสามารถในการจำ ลดความเสี่ยงอัลไซเมอร์ หรือสมองเสื่อม ฟื้นฟูความจำ รักษาสมดุลของจิตใจ ลดความกระวนกระวาย ช่วยให้จิตใจสงบและผ่อนคลาย
สรุป
ในปัจจุบัน วิตามินและแร่ธาตุมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดีของเด็ก โดยเฉพาะเด็กวัยเรียน ที่มีการพัฒนาการทางร่างกายอยู่ในทุกช่วงเวลา ทุกช่วงอายุ ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาการทางด้านความสูง ประสิทธิภาพของสมอง ความจำ มวลกล้ามเนื้อ กระดูก ภูมิคุ้มกันของร่างกาย การบริโภคอาหารในปัจจุบันอาจได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอต่อร่างกาย การขาดวิตามินแร่ธาตุ จึงสามารถพบเจอได้อยู่บ่อยๆ ในทุกช่วงอายุ และส่งผลให้ร่างกายเป็นหวัด ไม่สบายง่ายขึ้น เพราะขาดการเสริมวิตามินแร่ธาตุ โดยรูปอาหารเสริมในปัจจุบัน สามารถตอบโจทย์ความต้องการในเด็กได้ดี ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบกัมมี่ หรือ รูปแบบผงชงดื่ม ที่รับประทานง่าย พกพาง่าย รสชาติอร่อย และยังได้รับสารอาหารวิตามินแร่ธาตุที่ครบถ้วน และปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกายในแต่ละวัน การเลือกทานอาหารเสริมจะต้องเลือกอาหารเสริมที่มีฉลากประกอบอย่างครบถ้วน และ มีความปลอดภัย หรือทางเลือกที่ดี ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างแท้จริง และครบถ้วน
ขอขอบคุณข้อมูล : https://www.pobpad.com , https://www.si.mahidol.ac.th
รับผลิตอาหารเสริม ProbioC Gummy อร่อยดี มีภูมิคุ้มกัน
รับผลิตอาหารเสริม Hi Kid เข้มข้น เต็มรสนม
รับผลิตอาหารเสริม Probioshot เคี้ยวสนุก ลำไส้สะอาด
เสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน เพิ่มความสูง เสริมสร้างกระดูก
Support Dietary Supplement
รับผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพิ่มโกรทฮอร์โมน
ผลิตขั้นต่ำเริ่มต้น รูปแบบกัมมี่ 500 ขวด
ผลิตขั้นต่ำเริ่มต้น รูปแบบผงชงดื่ม 10,000 ซอง
อาหารเสริมสำหรับเด็กวัยเรียน เลือกทานอะไรดี ?
โรงงาน Innova Health รับผลิตอาหารเสริมเป็นประจำ OEM ถึงแบบครบวงจร One Stop Service สารสกัดนำเข้าจากมั่นใจได้รับมาตรฐานสากลพัฒนาสูตรโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอาหารเสริมรับผลิตขั้นต่ำเพียง 300 ขวดต่อสูตรเท่านั้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทันทีทาง LINE
หรือโทรสายด่วน 091-815-4442 (ฝ่ายขาย)






