What-should-SMEs-consider-before-investing-in-OEM-supplement-products
OEM อาหารเสริมสำหรับ SME ต้องดูอะไรบ้างก่อนเริ่มลงทุน

แนะนำ 7 คุณสมับติที่ SME ต้องตรวจสอบก่อนตัดสินใจเลือกโรงงาน OEM อาหารเสริม

การสร้างแบรนด์อาหารเสริมเป็นอีกหนึ่งโอกาสทางธุรกิจที่ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการ SME เพราะไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างโรงงานผลิตเอง สามารถใช้บริการ OEM อาหารเสริม เพื่อพัฒนาสูตร ผลิตสินค้า บรรจุ และ สร้างผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของตัวเองได้ แต่การเริ่มต้นธุรกิจอาหารเสริมไม่ได้หมายความว่าเพียงเลือกโรงงานที่เสนอราคาถูกที่สุดแล้วสั่งผลิตก็สามารถเริ่มขายได้ทันที เพราะยังมีรายละเอียดอีกมากที่ต้องพิจารณา ตั้งแต่คุณภาพของโรงงาน สูตร และ วัตถุดิบ มาตรฐานการผลิต จำนวนขั้นต่ำในการผลิต บรรจุภัณฑ์ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงต้นทุนการตลาด และ การบริหารสต๊อก ดังนั้นบทความนี้จึงจะพาไปดูว่า OEM อาหารเสริมสำหรับ SME ต้องดูอะไรบ้างก่อนเริ่มลงทุน ตั้งแต่การเลือกโรงงาน การพัฒนาสินค้า การคำนวณต้นทุน ไปจนถึงการวางแผนสร้างแบรนด์ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมือใหม่ตัดสินใจได้อย่างรอบคอบมากขึ้น 

Checklist 7 ข้อสำคัญ: ธุรกิจ SME ต้องดูอะไรบ้างก่อนเลือกโรงงาน OEM อาหารเสริม?

1. มาตรฐานการผลิตระดับสากล

เนื่องจากอาหารเสริมเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคต้องรับประทานเข้าสู่ร่างกาย ความปลอดภัย และ ความน่าเชื่อถือจึงมาเป็นอันดับหนึ่ง โรงงาน OEM ที่ได้มาตรฐานควรผ่านการรับรองดังนี้

  • GHPs & HACCP : มาตรฐานพื้นฐานด้านสุขลักษณะ และ ความปลอดภัยในการผลิตอาหาร
  • ISO 22000 / ISO 9001 : ระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหาร และ ระบบบริหารงานคุณภาพระดับสากล
  • มาตรฐาน HALAL : หากต้องการตีตลาดกลุ่มผู้บริโภคมุสลิม ทั้งในประเทศ และ ส่งออกไปต่างประเทศ
  • ห้องคลีนรูม : กระบวนการบรรจุต้องทำในห้องที่ควบคุมฝุ่นละออง อุณหภูมิ และ ความชื้น เพื่อป้องกันการปนเปื้อน

2. ยอดสั่งผลิตขั้นต่ำ และ โครงสร้างราคา 

ปัญหาใหญ่ของ SME คือ "กระแสเงินสด" การเลือกโรงงานที่รับผลิตขั้นต่ำสอดคล้องกับงบประมาณเริ่มต้นจึงเป็นเรื่องสำคัญ:

  • เช็ก MOQ ที่เหมาะสม : โรงงานบางแห่งรับผลิตขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 500 – 1,000 กล่อง/ขวด ซึ่งเหมาะกับ SME ในช่วงทดลองตลาด
  • ระวัง MOQ ต่ำเกินไปแต่ราคาต่อหน่วยสูงลิ่ว : ต้องคำนวณราคาขายปลีก และ ส่วนลดตัวแทนจำหน่ายให้ดี หากต้นทุนผลิตสูงเกินไป จะไม่เหลือ Margin สำหรับทำการตลาด
  • เช็กราคาแอบแฝง : สอบถามให้ชัดเจนว่าใบเสนอราคาครอบคลุม ค่าพัฒนาสูตร, ค่าขึ้นตัวอย่าง , ค่าขึ้นทะเบียน อย., และ ค่าออกแบบบรรจุภัณฑ์แล้ว หรือ ยัง

3. ความเชี่ยวชาญในรูปแบบการผลิต 

อาหารเสริมแต่ละประเภทใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ต่างกัน โรงงานที่ดีควรมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในรูปแบบสินค้าที่คุณต้องการ

  • รูปแบบเม็ด/แคปซูล : เช็กความพร้อมเรื่องการเคลือบเม็ด และ การเลือกใช้แคปซูลจากพืช 
  • รูปแบบผงชงดื่ม/ช็อตดื่ม : เช็กการละลาย น้ำตาล 0% และ เทคโนโลยีการกลบกลิ่น/รสชาติของสารสกัด
  • รูปแบบเจลลี่/กัมมี่ : รูปแบบยอดนิยมของคนรุ่นใหม่ ต้องใช้เครื่องจักรที่ควบคุมความคงตัว และ เนื้อสัมผัสได้ดี
  • สารสกัดนำเข้า และ สิทธิบัตร : OEM มีคอนเนกชันกับซัพพลายเออร์สารสกัดระดับโลก หรือ ไม่ เพื่อช่วยเพิ่มจุดขายให้แบรนด์

4. บริการ One-Stop Service และ การยื่นจดทะเบียน อย. 

การทำธุรกิจอาหารเสริมมีข้อบังคับทางกฎหมายที่เคร่งครัด OEM ยุคใหม่จึงควรช่วยดูแลเรื่องเอกสารให้ครบวงจร

  • ความเร็วในการยื่นขอเลข อย. : OEM ที่มีประสบการณ์จะรู้ข้อกำหนด ทำให้การขอเลขสารบบอาหารยื่นผ่านได้ไว ไม่ติดขัด
  • การตรวจสอบฉลาก : ช่วยรีวิวคำโปรย สรรพคุณ และ ตารางโภชนาการบนกล่อง ไม่ให้ขัดต่อกฎหมายโฆษณาของ อย.
  • เอกสารสำหรับส่งออก : สามารถออกเอกสาร COA และ Certificate of Free Sale ได้ หรือ ไม่

5. สัญญา และ สิทธิ์ในสูตรอาหารเสริม

ประเด็นนี้เป็นจุดที่ SME มักละเลย และ เกิดปัญหาในภายหลังมากที่สุด เช่น 

  • Exclusive Formula : หากคุณจ่ายเงินพัฒนาสูตรพิเศษขึ้นมาใหม่ สูตรนั้นเป็นสิทธิ์ขาดของคุณ หรือโรงงานสามารถนำสูตรนี้ไปผลิตให้แบรนด์อื่นได้?
  • ความพร้อมในการสเกล : หากแบรนด์โตขึ้นอย่างรวดเร็ว โรงงานมีกำลังการผลิต เพียงพอที่จะรองรับยอดสั่งซื้อระดับหลักแสนชิ้นต่อเดือน หรือ ไม่

6. บริการออกแบบบรรจุภัณฑ์ และ การจัดทำ Mock-up

บรรจุภัณฑ์คือจุดขายสำคัญ ณ จุดซื้อ OEM ที่ดีควรมีทีมดีไซน์ที่เข้าใจอุตสาหกรรมสุขภาพ

  • เข้าใจข้อจำกัดวัสดุ : รู้ว่าสารสกัดชนิดใดชื้นง่าย ต้องใช้ซองฟอยล์หนาเท่าใด หรือ ต้องใช้ขวดกันแสงแบบไหน
  • ขึ้นตัวอย่าง Mock-up จริง : มีบริการทำตัวอย่างกล่อง/ขวดให้สัมผัสจริงก่อนสั่งพิมพ์มวลรวม เพื่อลดความผิดพลาด

7. ทีมวิจัยพัฒนาสูตร และ ระบบ QC

  • ความใส่ใจของ R&D : มีเทสติ้งสแปรย์/ตัวอย่างให้ปรับแก้รสชาติ สี และ กลิ่นได้กี่รอบ จนกว่าคุณจะพอใจ
  • ระบบการสุ่มตรวจ : มีการทดสอบความคงตัว และ ตรวจวิเคราะห์เชื้อจุลินทรีย์ โลหะหนัก ปนเปื้อนก่อนส่งมอบสินค้า หรือ ไม่

การเริ่มต้นทำ OEM อาหารเสริมสำหรับ SME ไม่ควรตัดสินใจจากราคาโรงงานเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาตั้งแต่คุณภาพ และ มาตรฐานของโรงงาน ความสามารถในการพัฒนาสูตร คุณภาพวัตถุดิบ MOQ บรรจุภัณฑ์ ระบบควบคุมคุณภาพ ระยะเวลาผลิต ไปจนถึงบริการหลังการขาย สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือ ต้องคำนวณต้นทุนทั้งหมดก่อนลงทุน ไม่ใช่ดูเฉพาะราคาผลิตต่อกระปุก เพราะยังมีค่าออกแบบ บรรจุภัณฑ์ การขนส่ง การตลาด ค่าธรรมเนียมช่องทางขาย และ เงินทุนหมุนเวียนที่ต้องนำมาคิดด้วย ดังนั้นหากสนใจผลิตอาหารเสริมเพื่อจำหน่ายให้มีประสิทธิภาพสูงสุดโดยผู้เชี่ยวชาญ เราขอแนะนำ บริษัท อินโนวาเฮทส์ จำกัด คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตอาหารเสริม OEM แบบครบวงจร ให้บริการตั้งแต่พัฒนาสูตร คัดสรรวัตถุดิบ ผลิต และ บรรจุสินค้า พร้อมให้คำปรึกษาด้านเอกสาร อย. และ การสร้างแบรนด์ ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจอาหารเสริมอย่างเป็นระบบ มีมาตรฐาน และ พร้อมแข่งขันในตลาดได้ในระยะยาว

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ OEM อาหารเสริมสำหรับ SME

  1. SME เริ่มทำแบรนด์อาหารเสริมควรเตรียมงบประมาณเท่าไร?
    งบประมาณขึ้นอยู่กับสูตร รูปแบบผลิตภัณฑ์ วัตถุดิบ จำนวนขั้นต่ำ บรรจุภัณฑ์ และบริการที่เลือกใช้ ควรขอใบเสนอราคาที่แจกแจงค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพื่อคำนวณต้นทุนต่อหน่วยและเงินทุนสำหรับการตลาดก่อนตัดสินใจผลิต
  2. การผลิตอาหารเสริม OEM ใช้เวลานานแค่ไหน?
    ระยะเวลาจะแตกต่างกันตามขั้นตอนพัฒนาสูตร การทำตัวอย่าง การจัดเตรียมบรรจุภัณฑ์ การดำเนินการด้านเอกสาร และคิวการผลิตของโรงงาน ผู้ประกอบการควรสอบถาม Timeline ตั้งแต่เริ่มพัฒนาสูตรจนถึงวันส่งมอบสินค้าก่อนวางแผนเปิดตัวแบรนด์
  3. มือใหม่ควรเลือกสูตรสำเร็จรูปหรือพัฒนาสูตรใหม่?
    สูตรสำเร็จรูปเหมาะกับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นเร็วและควบคุมงบประมาณ ส่วนการพัฒนาสูตรใหม่เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการสร้างความแตกต่างด้านส่วนผสม รสชาติ หรือจุดขายเฉพาะ ควรพิจารณาจากงบประมาณ กลุ่มเป้าหมาย และ Positioning ของแบรนด์เป็นหลัก

คลิกปรึกษาเราได้เลยฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

innovahealth3 innovahealth4

ติดต่อฝ่ายจัดซื้อ : 099-517-4590 (คุณนิว)

ติดต่อสำนักงาน : 02-077-9548