9 สารอาหารที่สำคัญสำหรับโรคความดันโลหิตสูง
ความดันโลหิตสูง ภัยเงียบที่คุณไม่ควรมองข้าม โรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่มีความสำคัญมาก เนื่องจากผู้ป่วยเกินกว่าครึ่งมักจะไม่มีแสดงอาการใดๆจึงเป็นโรคที่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หัวใจวาย ไตวายเรื้อรัง หลอดเลือดสมองตีบหรือแตก ส่งผลต่อการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต
คนปกตินั้นจะมีความดันโลหิตอยู่ที่ 120/80 มิลลิเมตรปรอท หากความดันโลหิตตัวบนมากกว่า 140 มิลลิเมตรปรอท หรือ ความโลหิตตัวล่างเกิน 90 มิลลิเมตรปรอท จะเรียกว่า ‘ความดันโลหิตสูง’ สำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตระหว่าง 121/81-139/89 มิลลิเมตรปรอท ยังไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูงแต่มีโอกาศที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูงในอนาคตซึ่งจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ปัจจัยที่ส่งเสริมให้มีความดันโลหิตสูง มีหลายปัจจัย เช่น อายุเพศ ภาวะน้ำหนักตัวเกินหรือโรคอ้วน พันธุกรรม เชื้อชาติ การรับประทานอาหารเค็มจัด การดำรงชีวิตในแต่ละวันเป็นต้น ส่วนสารอาหารสำคัญที่ทางเราจะแนะนำเพื่อลดความเสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูง มีดังนี้
"9 สารอาหารที่สำคัญสำหรับโรคความดันโลหิตสูง"
1. Fish Oil
น้ำมันปลาเป็นสารอาหารที่แพทย์ทั่วโลกแนะนำให้ผู้ป่วยโรคเรื้อรังอย่างโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจอุดตัน โรคความดันโลหิตสูงทานเป็นประจำ เนื่องจากมีกรดไขมัน Omega-3 ที่ประกอบด้วยกรดไขมัน EPA และ DHA ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดการอุดตันของเส้นเลือดที่เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของโรคความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะกรดไขมัน EPA ที่ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกาย ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือด ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญของเซลล์ในร่างกายได้เป็นอย่างดี จึงสามารถลดการอุดตันและป้องกันไขมันเกาะผนังหลอดเลือดได้ อีกทั้งยังช่วยลดการอักเสบของหลอดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย
2. Coenzyme Q10
โคเอนไซม์คิวเท็น หรือคิวเท็น (Q10) เป็นสารอาหารที่พบได้ตามอวัยวะที่ใช้พลังงานมากเป็นพิเศษอย่างหัวใจ สมอง ตับ และไต เมื่ออายุมากขึ้นปริมาณ Q10ในร่างกายจะน้อยลง มีงานวิจัยทางการแพทย์พบว่า “โคเอนไซม์คิวเท็น” สามารถลดความดันโลหิตได้จริง โดยสามารถลดค่าความดันโลหิตตัวบนได้ 17 มิลลิเมตรปรอทและลดค่าความตัวล่างได้ 10 มิลลิเมตรปรอท โดยไม่มีผลข้างเคียง
3. Vitamin E
วิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับ เพราะช่วยปกป้องเซลล์จากการทำลายของอนุมูลอิสระ ชะลอการเสื่อมของเซลล์ต่างๆป้องกันโรคเรื้อรังที่สัมพันธ์กับโรคความดันโลหิตสูง เช่นโรคหัว โรคหลอดเลือด ซึ่งการทานวิตามินมีผลให้หลอดเลือดขยายตัวหรือคลายตัว จึงเพิ่มการไหลเวียนของเลือดได้ดีขึ้น
4. Folic Acid
กรดโฟลิกส่วนใหญ่เรามักจะทานกรดโฟลิกเพื่อเป็นอาการเสริมขณะที่ตั้งครรภ์ กรดโฟลิกยังมีประโยชน์ในการลดความเสี่ยงของความดันโลหิตสูงในระหว่างการตั้งครรภ์ได้ทั้งชายและหญิง สามารถรับประทานได้ แต่ช่วยลดได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
5. Calcium
แคลเซียมสามารถช่วยให้ผนังหลอดเลือดเกร็งและคลายในเวลาที่ต้องการ สิ่งนี้ช่วยควบคุมความดันเลือดได้ แคลเซียมสามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์จากนม เช่น นม เนยแข็ง ในผักใบเขียวเข้ม เช่น คะน้า ผักโขม และในปลา เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปริมาณแคลเซียมที่แนะนำอยู่ระหว่าง 1,000 และ 1,200 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับผู้ชายอายุ 51 ปีหรือมากกว่า และ 1,200 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับผู้หญิงอายุ 51 ปีหรือมากกว่า
6. Vitamin C
วิตามินซีเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถผลิตวิตามินซีได้เอง แต่คุณสามารถรับวิตามินซีได้จากอาหารต่างๆ เช่น ผักและผลไม้สด และอาหารเสริม ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าวิตามินซีสามารถรักษาโรคความดันโลหิตสูงได้โดย วิตามินซีช่วยลดภาวะความเครียดจากการเกิดอนุมูลอิสระ และช่วยกระตุ้นผลของการผลิตไนตริกออกไซด์ ซึ่งช่วยลดความดันเลือดลงได้
7. Vitamin D
วิตามินดีละลายได้ในไขมัน พบได้ในปลาที่มีไขมัน เช่น ปลาทู ปลาทูน่า ในผลิตภัณฑ์จากนม เช่น นม เนยแข็ง ในน้ำผลไม้และธัญพืชที่ คุณสามารถได้รับวิตามินดีโดยส่วนมากได้จากการรับแสงแดด วิตามินดีมีประโยชน์ต่อหลอดเลือดและอาการโรคของหัวใจ เช่น ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง โรคอ้วน เบาหวาน ภาวะไตล้มเหลว กล้ามเนื้ออ่อนแรง และโรคเกี่ยวกับฟันและเหงือก สิ่งที่คุณรับประทานสามารถส่งผลต่อสุขภาพของคุณได้เสมอ เพื่อให้มีความดันโลหิตที่เหมาะสม อาหารที่มีประโยชน์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง นอกจากนี้ แร่ธาตุจำเพาะและวิตามินที่กล่าวถึงข้างต้น ควรรวมอยู่ในมื้ออาหารของคุณด้วย
8. Magnesium
แมกนีเซียมสามารถช่วยควบคุมความดันเลือดได้ แมกนีเซียมจะช่วยให้หลอดเลือดคลายตัว เป็นการลดความดันเลือดในระดับสูง สามารถลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองได้ ปริมาณแมกนีเซียมที่แนะนำคือ 420 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับผู้ชายอายุ 50 ปีหรือมากกว่า และ 320 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับผู้หญิงอายุ 50 ปีหรือมากกว่า อย่างไรก็ตาม แมกนีเซียมในปริมาณมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการท้องร่วงได้
9. Potassium
โพแทสเซียมมีส่วนช่วยในการขัดขวางผลกระทบของโซเดียมต่อความดันโลหิต สถาบันหัวใจแห่งอเมริกา (American Heart Association) ชี้ให้เห็นว่าโพแทสเซียมสามารถช่วยลดแรงกดบนผนังหลอดเลือดได้ จากการศึกษาพบว่าโพแทสเซียม สามารถใช้ในการรักษาเพื่อลดความดันโลหิตได้ ยังช่วยป้องกันการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติได้ โดยรักษาการนำไฟฟ้าของสัญญาณไฟฟ้าในหัวใจและระบบประสาทส่วนกลางให้เป็นปกติ แนะนำว่าร่างกายของคุณควรได้รับโพแทสเซียมในปริมาณ 4,700 มิลลิกรัมต่อวัน พบได้ในมันฝรั่ง ลูกพรุน แอปริคอต เห็ด ถั่ว ส้ม ปลาทูน่า ผักโขม มะเขือเทศ ลูกเกด เกรฟฟุต นมพร่องมันเนย และโยเกิร์ต
รับผลิตอาหารเสริม CardiBlood
อาหารเสริม CardiBlood มีสรรพคุณช่วยให้ลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยเสริมการไหลเวียนโลหิต จึงช่วยควบคุมความดันโลหิตของคุณได้ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด CardiBlood เป็นอาหารเสริมที่มาในรูปแบบแคปซูล ทานง่าย และพกพาสะดวก
ทั้ง 9 สารอาหารเสริมที่เราแนะนำในวันนี้ เป็นตัวช่วยที่จะคลายทุกปัญหาของโรคความดันโลหิตสูง ภัยเงียบที่คุณไม่ควรมองข้าม สนใจทำแบรนด์อาหารเสริมขั้นต่ำน้อย คุณภาพสูงกับเราติดต่อ Innova Health เพราะเราคือผู้ผลิตอาหารเสริมที่มีมาตรฐาน แบบครบวงจร ตอบโจทย์ทุกปัญหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลือก Innova Health โทร.081-663-7849
Innova Health โรงงานรับผลิตอาหารเสริมในรูปแบบ OEM ให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service สารสกัดนำเข้าจากทั่วทุกมุมโลก ปลอดภัย มั่นใจ โรงงานได้รับมาตรฐานสากล พัฒนาสูตรโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านอาหารเสริม รับผลิตขั้นต่ำน้อย เพียง 300 ขวดต่อสูตรเท่านั้น
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทันทีทาง LINE
หรือโทรสายด่วน 091-815-4442 (ฝ่ายขาย)